posttoday
ชงกรรมการร่างฯเพิ่มอำนาจ "ปปช." ตรวจสอบนโยบายรัฐ

ชงกรรมการร่างฯเพิ่มอำนาจ "ปปช." ตรวจสอบนโยบายรัฐ

14 ตุลาคม 2558

ปปช.ชงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจตรวจสอบนโยบายรัฐ หวั่นซ้ำรอยจำนำข้าว

ปปช.ชงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจตรวจสอบนโยบายรัฐ หวั่นซ้ำรอยจำนำข้าว

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ซึ่งได้เชิญตัวแทนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อชี้แจงพร้อมรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญในการป้องกันการทุจริต

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีปัญหาในการยับยั่งโครงการที่ส่อเค้าทุจริต  เพราะเมื่อเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ก็ถูกเพิกเฉยเพราะไม่มีอำนาจบังคับ จึงเสนอว่าในโครงการประชานิยมจำเป็นจะต้องมี “หลักประกันความเสี่ยง” หาก ป.ป.ช.เสนอความเห็นไปแล้ว และไม่ปฏิบัติตามก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ต้องอนุมัติวงเงินให้ไปดำเนินนโยบาย

ขณะเดียวกัน ไม่เห็นด้วยที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่จะฟ้องศาลเองในคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ก็จะทำให้มีสภาพเป็น ป.ป.ช.น้อย ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนี้ อยากให้เพิ่มอำนาจป.ป.ช.เกี่ยวกับการทำคคีทุจริตระหว่างประเทศ จากรัฐธรรมนูญ 50 ให้เป็นไปตามหลักสากล เพราะปัจจุบันคดีเกี่ยวข้องกับระหว่างประเทศมีจำนวนมากขึ้น

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เสนอให้ ป.ป.ช.และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถตรวจสอบนโยบายโครงการประชานิยม เพื่อประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น มิให้เหมือนโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นนโยบายและไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปยับยั้งได้ และเกิดความเสียหายอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้  ดังนั้น มาตรการใหม่นี้หาก ป.ป.ชและกกต.เตือนไปแล้ว และหน่วยงานนั้นไม่ปฏิบัติตาม ก็จะมีสภาพถูกชี้มูลความผิดอย่างกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการคดีรับจำนำข้าว 

อย่างไรก็ตาม ให้ข้าราชการทุกระดับชั้น ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อหน่วยงานต้นสังกัดรวมทั้งเอกชนที่เข้าร่วมโครงการที่เป็นนโยบายทางการเมืองของรัฐ ที่มีผลกระทบกับประชาชนสูง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย ถือเป็นมาตรการตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้น มิให้ลุกลามสร้างความเสียหายดังเช่นโครงการทุจริตคลองด่าน โครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ของ กทม.  และโครงการทุจริตยา

“ตั้งแต่มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด หรือ  ปปจ. ครบ 76 จังหวัด จากการตรวจสอบเชิงลึกไปตรงไหนพบแต่การทุจริต  มีการปกปิดข้อมูลมากมาย เพราะส่วนใหญ่ที่พบจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นนักการเมืองท้องถิ่นจะต้องส่งบัญชีทรัพย์สินเพื่อให้มีการตรวจสอบ รวมทั้งคนที่มีคดีเกี่ยวกับการทุจริต ก็ไม่ควรดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆได้อีกต่อไป”นายวิชา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท