posttoday
ยังไม่คุ้น

ยังไม่คุ้น

14 ตุลาคม 2558

ดูเหมือนว่าโลกจะยังไม่คุ้นเคยกับภาวะนิวนอร์มอล (New Normal) ตามที่คณะผู้นำจีนพยายามบอกให้โลกทำความเคยชินเอาไว้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่จีนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาย่ำแย่เมื่อไหร่ ตลาดหุ้น ตลาดเงินก็ตอบสนองไปในทางลบทันที

ดูเหมือนว่าโลกจะยังไม่คุ้นเคยกับภาวะนิวนอร์มอล (New Normal) ตามที่คณะผู้นำจีนพยายามบอกให้โลกทำความเคยชินเอาไว้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่จีนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาย่ำแย่เมื่อไหร่ ตลาดหุ้น ตลาดเงินก็ตอบสนองไปในทางลบทันที

ทั้งๆ ที่การหดตัวของตัวเลขเศรษฐกิจของจีนเหล่านี้ น่าจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่นักลงทุนควรจะทำความเคยชินได้ตั้งนานแล้วครับ

อย่างเมื่อวานนี้ จีนก็ประกาศตัวเลขการนำเข้าในเดือน ก.ย. ที่ปรับลดลงไปถึง 17.7% ต่ำกว่าที่คาดหมายกันไว้มาก โดยในเดือน ส.ค.นั้น การนำเข้าหดตัวไป 14.3%

ตัวเลขเหล่านี้ในด้านหนึ่งนั้นสะท้อนให้เห็นว่าการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนนั้นยังไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก ที่ว่าจะเริ่มหันมาปรับเปลี่ยนจากการเน้นการส่งออกมาสู่การพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นสำคัญ แต่ทว่าตัวเลขการนำเข้าที่ปรับลดลงดังที่เห็นนั้นบ่งบอกได้ชัดว่า แรงซื้อภายในของจีนยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจจีนได้มากนัก

แต่กระนั้นก็ถือว่าตัวเลขที่ออกมาแม้ว่าจะต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของเราๆ แต่อย่างใด ถ้าพิจารณาถึงสภาพความเชื่อมั่นของโลกที่ต้องบอกว่าซบเซากันถ้วนหน้า ดัชนีเงินเฟ้ออ่อนตัวลงกันแทบจะทุกภูมิภาคของโลก การค้าโลกนั้นยิ่งซบเซาลง ทำให้องค์การการค้าโลกต้องปรับลดแนวโน้มการค้าโลกในปีนี้ลง และที่สำคัญกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ถึงกับปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเช่นกันด้วย

ดังนั้น เป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งที่นักลงทุนจะต้องเริ่มทำความคุ้นเคยกับความย่ำแย่ของเศรษฐกิจจีนครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการลงทุนในระยะนี้ถือว่าจับทิศทางได้ยากยิ่ง จากความไม่แน่นอนในด้านต่างๆ ที่กำลังให้ภาพของเศรษฐกิจโลกกำลังกลายเป็นสีเทามากขึ้นกว่าเดิม

ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่ในเวลานี้ก็ยังไม่มีสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐว่าจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร

เศรษฐกิจสหรัฐที่ดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งในช่วงต้นปี แต่ก็กลับมาฟุบเอาในช่วงครึ่งปีหลังนี้

แม้กระะทั่งเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนที่เพิ่งพ้นจากวิกฤตหนี้กรีซมานั้น แต่ทว่าสถานการณ์ก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้

ญี่ปุ่นเองก็ยังเผชิญหน้ากับกับดักเงินฝืดและเศรษฐกิจเริ่มจะกลับมาติดลบอีกครั้ง หนำซ้ำสำหรับตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่เคยถูกมองว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกนั้นก็มาฟุบลงอย่างรุนแรงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่หดตัวลงหนัก

เรียกได้ว่ามองไปทางไหน เศรษฐกิจโลกก็มีแต่ภาพสีเทาครับ สิ่งที่นักลงทุนต้องทำความคุ้นเคยเห็นทีจะไม่เพียงเฉพาะเศรษฐกิจจีนเท่านั้น แต่ทั้งโลกนั่นละครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท