posttoday
กสทช.กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

กสทช.กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

14 ตุลาคม 2558

วันก่อน (7 ต.ค.ศกนี้) ผู้เขียนได้รับเชิญเข้าร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระฉลองครบรอบ 4 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ณ สำนักงานใหญ่  และมีโอกาสได้พบกับท่าน พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. กับท่าน ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ ได้สนทนากันถึงเรื่องเกี่ยวกับภาระหน้าที่ขององค์กร กสทช. ที่มีหน้าที่ต่อนวัตกรรมยุคใหม่ของโลก คือ ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2557

วันก่อน (7 ต.ค.ศกนี้) ผู้เขียนได้รับเชิญเข้าร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระฉลองครบรอบ 4 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ณ สำนักงานใหญ่  และมีโอกาสได้พบกับท่าน พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. กับท่าน ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ ได้สนทนากันถึงเรื่องเกี่ยวกับภาระหน้าที่ขององค์กร กสทช. ที่มีหน้าที่ต่อนวัตกรรมยุคใหม่ของโลก คือ ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2557

กล่าวถึงในส่วนของนโยบายการสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลเน้นกำหนดให้มีการส่งเสริมและวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างจริงจัง ด้วยการจัดเตรียมดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในการที่จะรวบรวมข้อมูลที่เกิดจากการวิเคราะห์จากหน่วยงานต่างๆ มารวมเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อการพัฒนาระบบดิจิทัล ซึ่งได้ทราบว่าขณะนี้ภารกิจดังกล่าวนี้ โดยความร่วมมือขององค์กร กสทช.ได้คืบหน้าตามเป้าหมายไปมากแล้ว

ในวันเดียวกันนั้น ต้องขอขอบคุณที่สำนักงาน กสทช. โดยท่านเลขาฯ ฐากร ได้มอบหนังสืออันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้แก่
ผู้เขียนด้วย นั่นคือ The Digital Economy เศรษฐกิจดิจิทัล เขียนโดย Don Tapscott

ในหนังสือดังกล่าว ได้เน้นให้เห็นว่าสถานการณ์โลกปัจจุบันมีเหตุปัจจัยหลายประการ ทำให้โลกได้เปลี่ยนเศรษฐกิจไปสู่ยุคดิจิทัลซึ่งเป็นเครือข่ายทางปัญญา ยังผลให้ข่าวสารทั้งหมดจะไปรวมอยู่ในรูปดิจิทัล ที่สามารถจะส่งข้อมูลข่าวสารไปสู่อีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต ทั้งสามารถส่งได้ในหลายรูปแบบโดยไม่ถูกจำกัดอยู่กับสถานที่และกาลเวลา

นอกจากนี้ ยังเป็นเศรษฐกิจของผู้มีความรู้ทางเทคโนโลยีสารสนเทศนับเป็นยุคสมัยที่ทำงานโดยผู้มีความรู้และบริโภคโดยคนมีความรู้ พร้อมกับการเสริมสร้างการแข่งขันด้านการประดิษฐ์ คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่ออนาคต หรือการให้บริการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบัน

ผลจากการเกิด “เศรษฐกิจดิจิทัล” จะทำให้องค์กรแตกตัวเล็กลงเป็นเศรษฐกิจแบบเครือข่าย มีนวัตกรรมเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์ที่ถูกผลักดันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเป็นผลทำให้การศึกษาแบบดั้งเดิมไล่ตามความต้องการแบบใหม่ไม่ทัน ทำให้เกิดการศึกษาแบบใหม่

ในระบบดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องอาศัยระบบการคิดที่แตกต่างไปจากเดิมอย่าง
สิ้นเชิงและมีขอบเขตกว้างขวางมากขึ้น อีกทั้งเกิดความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับการทำงานมากขึ้น เกิดเป็นสาระแบบใหม่ที่สำคัญ กล่าวคือ... การทำงานและการศึกษากลายเป็นสิ่งเดียวกัน

เนื่องเพราะเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นระบบเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของการทำงานที่ต้องอาศัยความรู้และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ อันมีผลให้เกิดการรวมกันระหว่างการทำงานกับการศึกษา เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่ต่างกับระบบเก่าซึ่งมีความจำเป็นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ น้อยมาก

ในยุคเศรษฐกิจแบบเก่าชีวิตจะถูกแบ่งเป็นสองช่วง คือช่วงเวลาศึกษากับช่วงทำงาน ทว่าในระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ผู้ทำงานจะต้องทบทวนความรู้ที่มีอยู่ตลอดเวลา การศึกษาจึงกลายเป็นกระบวนการที่ต้องศึกษาติดตามตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญก้าวทันโลกต่อไป

ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้ เอกชนจึงต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม จะเห็นว่าสมัยก่อนเรียนกันในวัด ต่อมาเป็นหน้าที่ของรัฐและในที่สุดก็กำลังจะเปลี่ยนไปอยู่ในมือของภาคธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ความรู้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพ โดยอาศัยเทคโนโลยีและรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในการทำงาน

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการปรับตัวในสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล การศึกษาที่ไม่สามารถเกิดขึ้นในห้องเรียนได้ทั้งหมด ทำให้สถาบันการศึกษาต้องทบทวนบทบาทใหม่ที่จำเป็นต้องอาศัยระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เข้ามามีบทบาทอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ดังนั้น จึงเกิดความจำเป็นในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ การมีจิตสำนึกรักองค์กรเพื่อจะได้กระทำในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งเกิดจากการทำงานที่เป็นทีมอันจะต้องมีการแข่งขัน การสร้างวิสัยทัศน์ ตลอดจนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

โดยสรุปการสื่อสารแนวใหม่ในปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำงานและการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

ส่วนเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลนี้ พื้นฐานด้านสารสนเทศและวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์กำลังกลายเป็นสิ่งที่พบได้ในทางด่วน ข้อมูลช่วยให้สามารถฝึกอบรมความสามารถทักษะใหม่ๆ ในที่สุด

ด้วยเหตุนี้เศรษฐกิจดิจิทัลจึงมีความสำคัญต่อชีวิตในการดำรงชีพและศึกษาการเรียนรู้ของผู้คนในสังคมยุคใหม่ ในการช่วยพัฒนาทั้งระบบเศรษฐกิจและการศึกษาของชาติอย่างมีนัยสำคัญ ตามที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์  ผลักดันและมีนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาดังกล่าวอย่างน่าชื่นชม

พล.อ.อ.ธเรศ ประธาน กสทช. ผู้มีส่วนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายแห่งรัฐและมีหน้าที่บริหารกำกับดูแลคลื่นความถี่อันเป็นปัจจัยเสริมสร้างให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการนี้ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า...

ปัจจุบันรัฐบาลได้ผลักดันนโยบาย “เศรษฐกิจดิจิทัล” ให้เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ โดยแนวคิดหลักของนโยบายคือต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปสร้างศักยภาพของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนต้องนำไปเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นวิสาหกิจที่สำคัญของประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

กสทช.ซึ่งรับผิดชอบบริหารคลื่นความถี่ตลอดจนกำกับการดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จึงมีส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่จะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้บรรลุเป้าประสงค์โดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท