posttoday
ตัวอย่างนวัตกรรมผลักดันเศรษฐกิจ

ตัวอย่างนวัตกรรมผลักดันเศรษฐกิจ

14 ตุลาคม 2558

ได้ฟังกุนซือทางเศรษฐกิจท่านใหม่พูดหลายครั้งถึงเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในการช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาวะของประเทศไทยในขณะนี้ที่การส่งออกสินค้าธรรมดาๆ ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เนื่องจากต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นบวกกับภาวะเศรษฐกิจโลกเอง และถึงแม้ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลงจนค่าของเงินบาทตกลงมาแล้วก็ตาม

ได้ฟังกุนซือทางเศรษฐกิจท่านใหม่พูดหลายครั้งถึงเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในการช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาวะของประเทศไทยในขณะนี้ที่การส่งออกสินค้าธรรมดาๆ ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เนื่องจากต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นบวกกับภาวะเศรษฐกิจโลกเอง และถึงแม้ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลงจนค่าของเงินบาทตกลงมาแล้วก็ตาม

ทำให้อดไม่ได้ที่จะไปหาข้อมูลที่ประเทศกำลังพัฒนาที่เจริญอย่างก้าวกระโดดเขาทำอย่างไรกัน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่กล่าวข้างต้น ตรงข้ามผู้เขียนมีความเชื่อเช่นนั้นมานานแล้วและได้เขียนบทความหลายครั้งว่า ประเทศไทยต้องหันมาพึ่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ก็เลยพยายามมาหาข้อมูลสนับสนุนแนวคิดนี้

และถึงแม้จะไม่ตรงนักแต่ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ทำให้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นั่นก็คือการทำ Technology Review ของ MIT โดยจัดอันดับบริษัทที่ฉลาดที่สุด 50 อันดับในปี 2015 (50 Smartest Companies) ซึ่งใน 50 บริษัทนี้จะเห็นว่ามีบริษัทของจีนติดอยู่ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น 5 อันดับต้น 10 อันดับต้น หรือมากกว่านั้น เพียงแต่มากน้อยบริษัทต่างกัน ถ้า 5 อันดับแรกก็มี 2 บริษัทคือ Xiaomi ซึ่งผลิตโทรศัพท์มือถือ และ Alibaba ที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าเป็นบริษัทขายสินค้า Online สำหรับบริษัท Xiaomi มีสินทรัพย์ประมาณ 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน Alibaba มี 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าเป็น 10 อันดับต้นก็มี บริษัท Tencent ซึ่งเป็น Internet Service Portal ถ้าเกินกว่า 10 อันดับก็มี เช่น Baidu แต่ก็เห็นว่าแทบทุกบริษัทเป็นบริษัท IT ซึ่งใช้เงินทุนไม่มากแต่ก็เป็นบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ส่วนบริษัทอันดับหนึ่งนั้นแน่นอนว่ายังเป็นของสหรัฐที่ผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าในรถยนต์แล้วขยายไปผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมและในบ้านเรือน จำพวกสินค้าไฟฟ้าต่างๆ หรือแม้แต่บริษัทที่อยู่ในอันดับ 5 คือ Counsyl ก็ผลิตเครื่องตรวจ DNA ราคาถูก ที่คู่แต่งงานในสหรัฐนิยมใช้ตรวจก่อนที่จะตัดสินใจมีลูก และขณะนี้ขยายไปใช้ตรวจเกี่ยวกับมะเร็งด้วย หรืออย่างบริษัท Solarcity นั่นอยู่อันดับ 9 เป็นบริษัทผลิต Solar Panel ที่ใหญ่ที่สุดในซีกตะวันตกของสหรัฐ หรือบริษัทอย่าง Amgen ของ Iceland ก็เป็นบริษัทที่รวบรวมจีนเก็บเป็นข้อมูล (Gene Database) เพื่อไว้ใช้ในการพิจารณาว่าจะผลิตยาตัวไหน ใน Database ของบริษัทนี้มีจำนวน Sequence ของ Genomes ถึง 1 หมื่นส่วน Facebook, LINE และ Apple ที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่อันดับที่ 29, 37 และ 16 ตามลำดับ Philips อยู่อันดับที่ 32 Microsoft อยู่อันดับที่ 48 IBM อยู่อันดับที่ 46 หรือแม้แต่ Uber ก็ยังติดมาเป็นอันดับที่ 50

ที่ยกตัวอย่างมานี้ เพื่อให้เห็นว่าบริษัทที่ติดอยู่ใน 50 อันดับล้วนเป็นบริษัทที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทั้งสิ้น เรื่องของ IT ก็จัดอยู่ในวิทยาศาสตร์รูปหนึ่ง แต่แน่นอนว่านอกจากเรื่องของ IT แล้ว บริษัทส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่ม Biomedicine เช่น Cellectis คือการใช้จำพวกกลีบดอกมาสร้างพืช (Crops) โดยไม่ใช้ GMOs ที่คนต่อต้านกัน เป็นบริษัทอันดับที่ 33 หรือบริษัท Bristol–Myers Squibb ที่ใช้ Immunotherapy ในการรักษามะเร็งที่ผิวหนังและปอด เป็นต้น

นอกจากนี้ ก็มีบริษัทอื่นๆ เช่น ผลิตหุ่นยนต์ หรือ LED Lighting หรือแม้แต่ Amazon ขายหนังสือก็มาเป็นอันดับที่ 13 ต่อจาก Google ที่อยู่อันดับที่ 12

น่าเสียดายที่ไม่มีบริษัทไทยติดอันดับอยู่เลย เนื่องจากมีบริษัทเอกชนที่สนใจลงทุนในการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของรัฐบาลและมหาวิทยาลัย อย่างเช่น วันนี้ที่ผู้เขียนได้ไปเห็นมาเกี่ยวกับราบิววูเรีย ที่นักวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำการวิจัยและช่วยชาวนาให้พ้นจากหายนะของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ โดยสังเกตจากราที่ขึ้นตัวจักจั่นแล้วต่อมาจักจั่นก็ตาย จึงวิจัยนำรานี้ไปโปรยเพลี้ย เมื่อราไชเข้าไปในตัวเพลี้ยในที่สุดเพลี้ยก็ตาย ทำให้ช่วยป้องกันนาข้าวไว้ได้เป็นพันๆ ไร่ ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจของประเทศด้วย

หากเป็นภาคเอกชนทำการวิจัยทางด้านชีวเคมีหรือทางด้าน Biotechnology แล้วเกิด Breakthrough ขึ้นมาก็จะรวยได้เป็นพันล้านแบบจีน หรืออย่างบริษัท Counsyl ที่อยู่อันดับ 5 ที่จริงแล้วก็เป็นเพียงบริษัท Startup เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท