
"บิ๊กต็อก"เผยโซนนิ่งสถานบันเทิงใหม่ไม่กระทบผู้ประกอบการเดิม
ด้าน อธิบดีกรมพินิจฯแจงใช้คำสั่งคสช.ปิดผับไปแล้ว 49 แห่ง เด้งตำรวจ 35 นายละเว้นคุมพื้นที่แว้น -สถานบริการ
ด้าน อธิบดีกรมพินิจฯแจงใช้คำสั่งคสช.ปิดผับไปแล้ว 49 แห่ง เด้งตำรวจ 35 นายละเว้นคุมพื้นที่แว้น -สถานบริการ
วันที่ 14 ต.ค พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 22/2558 เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริหารหรือสถานประกอบการที่ให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ โดยระบุว่าที่ผ่านมาหน่วยบังคับใช้กฎหมายได้ดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความเข้าใจผิดของผู้ประกอบการสถานบริการว่าหลังการจัดโซนนิ่งพื้นที่ใหม่แล้วจะทำให้สถานบริการในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาต้องถูกปิดทันที ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการที่ใช้ขณะนี้เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเดิมทั้งหมด หลังมีโซนนิ่งใหม่แล้วสถานบริการเดิมที่เปิดใกล้พื้นที่สถานศึกษาจะยังดำเนินกิจการได้ปกติ แต่ต้องไม่กระทำผิดกฎหมายคือเปิดเกินเวลาที่กำหนด ส่งเสียงดัง มียาเสพตด หรือเปิดให้เล่นการพนัน หากกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวจะถูกปิดถาวร และห้ามไม่ให้มีการออกใบอนุญาตเปิดสถานบริการเพิ่มในพื้นที่โซนนิ่ง แต่หากเป็นพื้นที่นอกการโซนนิ่ง หากมีการกระทำผิดจะถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ส่วนกรณีเด็กแว๊นเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้กวดขัน สอดส่องอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าขณะนี้ในพื้นที่รอบนอกเริ่มมีการฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการนัดแข่งรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบต้องเข้าตรวจสอบตามหน้าที่
ด้านนายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดโซนนิ่งบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษาใหม่ โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการทบทวนและปรับปรุงให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ปัจจุบันภายในเงื่อนไข 180 วัน สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมากรณีแข่งรถพบการฝ่าฝืนคำสั่งและจับกุมได้ในเขตพื้นที่ 13 จังหวัด ผู้กระทำผิด 249 คน ยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 427 คัน ทำทัณฑ์บนผู้ปกครอง 42 ราย ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กกระทำผิดซ้ำ 17 ราย ดำเนินคดีข้อหาเปลี่ยนแปลงดัดแปลงสภาพรถยนต์หรือจักรยานยนต์ 167 ราย ส่วนผลการดำเนินการเกี่ยวกับสถานบริการและสถานประกอบการ มีการตรวจสอบสถานบริการทั่งประเทศทั้ง 77 จังหวัด พบ 25 จังหวัดกระทำผิด มีผู้กระทำผิด 94 ราย พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ปิดสถานบริการ 49 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการทางปกครอง 37 ราย มีคำสั่งให้ปรับปรุงเรื่องเสียงรบกวน 8 ราย ทั้งนี้ มีการเพิกถอนใบอนุญาตขายสุราของสถานบริการที่ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.แล้ว 62 ราย และเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 12 ราย พร้อมกันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการตามกฎหมายในพื้นที่กระทำผิด 35 ราย







