posttoday
"บิ๊กต็อก"เผยโซนนิ่งสถานบันเทิงใหม่ไม่กระทบผู้ประกอบการเดิม

"บิ๊กต็อก"เผยโซนนิ่งสถานบันเทิงใหม่ไม่กระทบผู้ประกอบการเดิม

14 ตุลาคม 2558

ด้าน อธิบดีกรมพินิจฯแจงใช้คำสั่งคสช.ปิดผับไปแล้ว 49 แห่ง เด้งตำรวจ 35 นายละเว้นคุมพื้นที่แว้น -สถานบริการ

ด้าน อธิบดีกรมพินิจฯแจงใช้คำสั่งคสช.ปิดผับไปแล้ว 49 แห่ง เด้งตำรวจ 35 นายละเว้นคุมพื้นที่แว้น -สถานบริการ

วันที่ 14 ต.ค พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 22/2558  เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริหารหรือสถานประกอบการที่ให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ โดยระบุว่าที่ผ่านมาหน่วยบังคับใช้กฎหมายได้ดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง  แต่ยังมีความเข้าใจผิดของผู้ประกอบการสถานบริการว่าหลังการจัดโซนนิ่งพื้นที่ใหม่แล้วจะทำให้สถานบริการในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาต้องถูกปิดทันที  ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการที่ใช้ขณะนี้เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเดิมทั้งหมด  หลังมีโซนนิ่งใหม่แล้วสถานบริการเดิมที่เปิดใกล้พื้นที่สถานศึกษาจะยังดำเนินกิจการได้ปกติ  แต่ต้องไม่กระทำผิดกฎหมายคือเปิดเกินเวลาที่กำหนด  ส่งเสียงดัง  มียาเสพตด  หรือเปิดให้เล่นการพนัน  หากกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวจะถูกปิดถาวร   และห้ามไม่ให้มีการออกใบอนุญาตเปิดสถานบริการเพิ่มในพื้นที่โซนนิ่ง  แต่หากเป็นพื้นที่นอกการโซนนิ่ง  หากมีการกระทำผิดจะถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี   ส่วนกรณีเด็กแว๊นเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้กวดขัน  สอดส่องอย่างต่อเนื่อง  แต่ยอมรับว่าขณะนี้ในพื้นที่รอบนอกเริ่มมีการฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการนัดแข่งรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบต้องเข้าตรวจสอบตามหน้าที่

ด้านนายวิศิษฎ์  วิศิษฎ์สรอรรถ  อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  กล่าวว่า  ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดโซนนิ่งบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษาใหม่  โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการทบทวนและปรับปรุงให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ปัจจุบันภายในเงื่อนไข 180 วัน  สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมากรณีแข่งรถพบการฝ่าฝืนคำสั่งและจับกุมได้ในเขตพื้นที่ 13 จังหวัด ผู้กระทำผิด 249 คน  ยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 427 คัน ทำทัณฑ์บนผู้ปกครอง 42 ราย  ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กกระทำผิดซ้ำ 17 ราย  ดำเนินคดีข้อหาเปลี่ยนแปลงดัดแปลงสภาพรถยนต์หรือจักรยานยนต์ 167 ราย  ส่วนผลการดำเนินการเกี่ยวกับสถานบริการและสถานประกอบการ มีการตรวจสอบสถานบริการทั่งประเทศทั้ง 77 จังหวัด  พบ 25 จังหวัดกระทำผิด มีผู้กระทำผิด 94 ราย พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ปิดสถานบริการ 49 แห่ง  อยู่ระหว่างดำเนินการทางปกครอง 37 ราย มีคำสั่งให้ปรับปรุงเรื่องเสียงรบกวน 8 ราย  ทั้งนี้ มีการเพิกถอนใบอนุญาตขายสุราของสถานบริการที่ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.แล้ว 62 ราย  และเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 12  ราย  พร้อมกันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการตามกฎหมายในพื้นที่กระทำผิด 35 ราย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท