
เฟดต้องชัด
ในที่ประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต่างพากันเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว หลังจากที่มีการคาดการณ์กันว่าเฟดอาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปอีกจากการประชุมในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้
ในที่ประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต่างพากันเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว หลังจากที่มีการคาดการณ์กันว่าเฟดอาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปอีกจากการประชุมในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้
โดยจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของเฟด โดยเฉพาะตัวเลขสถานการณ์แรงงานในเดือน ก.ย.ที่เศรษฐกิจสหรัฐมีการสร้างงานน้อยกว่าที่คาด โดยอยู่ที่ราวๆ 1.4 แสนตำแหน่ง ต่ำกว่าระดับ 2 แสนตำแหน่ง ยิ่งทำให้บรรดานักลงทุนพากันตีความคาดเดาว่าสถานการณ์ที่ยังอ่อนแออยู่จะทำให้เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป โดยการประชุมในเดือนนี้ เฟดไม่น่าจะประกาศการขึ้นดอกเบี้ยใดๆ ออกมา
แต่สำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้น ต้องบอกว่า ยิ่งเฟดชะลอ ประเทศเหล่านี้ก็ยิ่งเจ็บครับ เพราะอะไร ความไม่แน่นอนของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดนั้นสร้างความเจ็บปวดให้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เหล่านี้มามากแล้ว จากความไม่แน่นอนของการไหลออกและไหลเข้าของทุน ซึ่งทำให้ตลาดทุนของประเทศเหล่านี้ต้องประสบกับความเสี่ยงอย่างหนัก
ในแถลงการณ์ของ เจเน็ต เยลเลน หลังการประชุมนโยบายเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการแสดงความวิตกกังวลต่อทั้งปัญหาจีน และปัญหาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เฟดต้องชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป แต่ทว่าพฤติกรรมดังกล่าวของเฟดนั้นยิ่งจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แน่นอนว่าเมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยทันทีเมื่อไร ทุนจะไหลออกจากตลาดเหล่านี้ในทันที และอาจจะรุนแรงด้วย แต่ทว่าก็ถือเป็นเรื่องดีในระยะยาวที่ทิศทางของทุนจะชัดเจนขึ้นครับ รวมไปถึงการวางนโยบาย และการลงทุนต่างๆ ของนักลงทุนเองก็จะชัดเจนขึ้น
แต่ทว่าการที่เฟดยังมีอาการลังเลเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้ภาพที่เป็นสีเทาอยู่แล้ว ยิ่งหม่นเข้าไปใหญ่
โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนนั้น ความชัดเจนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการกำหนดทิศทางการลงทุนในอนาคต ซึ่งขณะนี้นักลงทุนต่างรู้กันอยู่แล้วว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างแน่นอน แต่ทว่าหลังจากขึ้นครั้งแรกแล้ว การขึ้นครั้งที่สองและครั้งที่สามจะมีขึ้นเมื่อไร นั่นคือคำถามสำคัญครับ
กลายเป็นว่าความวิตกกังวลของเฟดกลับกลายจะเป็นการทำร้ายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ไป ซึ่งหน้าที่ที่เฟดควรจะมีความรับผิดชอบต่อโลกก็คือทำนโยบายให้ชัดเจนครับ
ไม่ใช่ว่าให้โลกต้องคอยสังเวยและรับเคราะห์จากตัวเลขเศรษฐกิจภายในสหรัฐที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงอยู่เช่นนี้







