
ทบทวนกฎคุม
เราเป็นสังคมศรีธนญชัย มือถือสากปากถือศีล ต่อหน้าอย่าง การปฏิบัติลับหลังอีกอย่าง จนมักมีคำกล่าวว่า เราเป็นสังคมดัดจริตไปแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะสังคมที่สั่งสมการบังคับ อาจบดบังความงอกงามทางปัญญา และทำให้เราจมปลักคร่ำครึอยู่กับความเชื่อแบบผิดๆ ในหลายเรื่อง จนไม่อาจสร้างกลไกทางสังคมขึ้นได้
เราเป็นสังคมศรีธนญชัย มือถือสากปากถือศีล ต่อหน้าอย่าง การปฏิบัติลับหลังอีกอย่าง จนมักมีคำกล่าวว่า เราเป็นสังคมดัดจริตไปแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะสังคมที่สั่งสมการบังคับ อาจบดบังความงอกงามทางปัญญา และทำให้เราจมปลักคร่ำครึอยู่กับความเชื่อแบบผิดๆ ในหลายเรื่อง จนไม่อาจสร้างกลไกทางสังคมขึ้นได้
ถึงเวลาที่องค์กรทางสังคมและหน่วยงานทั้งหลายควรทบทวนบทเรียนนโยบายที่แล้วๆ มา และริเริ่มสร้างกระบวนการในรูปแบบใหม่ โดยเน้นปัญญานำให้สังคมเกิดการเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาของแต่ละสังคมมากยิ่งขึ้น โดยไม่เหมารวมเอาความเชื่อ หลักธรรม ไปปะปนกับความเป็นจริงบางอย่าง จนเกิดความไขว้เขว
กรณีเครื่องดองของเมาเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ควรนำมาขบคิดกันอย่างจริงจัง เพราะสิ่งนี้อยู่คู่กับประวัติสังคมมายาวนาน กระทั่งอุตสาหกรรมเหล้าขยายกิจการร่ำรวยมหาศาล กิจการสุราสามารถเข้ายึดตลาดการบริโภคไปทุกหน่วยของสังคม
แต่ดูเหมือนว่าความห่วงใยที่มีต่อเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงสุรา ยังวนเวียนอยู่กับการออกกฎหมายควบคุม เช่น พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะมีความก้าวหน้าที่สามารถกำหนดพื้นที่การดื่มและจำหน่ายได้มากขึ้น แต่การละเว้นการปฏิบัติก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
นั่นก็หมายความว่า กฎหมายที่นำมาบังคับใช้มีทั้งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง จะด้วยขาดแคลนบุคลากรหรือความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่ก็ตามที แต่หลายกรณีดูเหมือนเนื้อหากฎหมายมุ่งหมายไปลิดรอนสิทธิของบุคคลมากเกินไป เป็นเหตุให้ประชาชนไม่ยอมรับและขาดความร่วมมือ
ขณะที่ความมุ่งมั่นให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หายไปจากสังคมไทย การพัฒนากลยุทธ์การตลาดของอุตสาหกรรมเหล้าก็แซงหน้าไปอีกระดับ มีการชิงไหวชิงพริบเพื่อเข้าถึงกลุ่มบุคคลเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานของไทยเบฟเวอเรจ และบุญรอด ในปี 2557 มีรายได้ค่ายละกว่าแสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนอัตราการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถิติการเข้าถึงสุราทั้งในระดับเยาวชนและผู้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคสุราไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ งบประมาณกิจกรรมรณรงค์ของหน่วยงานรัฐก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
คำถามก็คือ ถึงเวลาทบทวนนโยบายสุราและกิจกรรมลดการเข้าถึงสุราได้หรือยัง จะสร้างกลไกให้เกิดกติกาที่มีความยินยอมพร้อมใจในการควบคุมกันเองมากขึ้นได้อย่างไร โดยมีภาครัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนอย่างจริงจัง
จะมีคำตอบเป็นทางออกนี้ได้ ก็ต่อเมื่อรัฐหาญกล้าพอจะทบทวนนโยบายสุรา อาทิ การลดการผูกขาดและการครอบงำตลาด ส่งเสริมการผลิตสุราชุมชนทดแทนการนำเข้า ฯลฯ
นอกจากนั้น จะต้องริเริ่มแนวคิดใหม่ๆ ให้สังคมเคลื่อนไปสู่การร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาอันเกิดจากสุรา ทดแทนการบังคับ จับกุม และรณรงค์ในรูปแบบเดิมๆ







