posttoday
"1 ปีกว่าผลงานรัฐบาลเหลว" ลุยปฏิรูปยุติธรรม-ศาสนา-การศึกษา

"1 ปีกว่าผลงานรัฐบาลเหลว" ลุยปฏิรูปยุติธรรม-ศาสนา-การศึกษา

12 ตุลาคม 2558

"หากโกงมากก็ปฏิวัติ ปฏิวัติมากก็กลับมา เป็นกงล้อของมัน ถ้าตราบใดที่คุณภาพคนยังไม่ดี คืออำนาจมันไม่ได้อยู่ที่ประชาชน อำนาจมันต้องไม่ได้มาจากการเมืองให้"

โดย...เอกชัย จั่นทอง

ด้วยบุคลิกที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่งกาย  ตามแฟชั่น หลุดกรอบภาพลักษณ์ความเป็น "แพทย์" จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก  “แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์” อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการมาเพียงไม่ถึงเดือน เชื่อว่าหลายคนรู้จักดีในฐานะ “หมอมือผ่าศพพิสูจน์หลักฐาน” ที่มีความช่ำชองการผ่าชันสูตรพลิกศพมานับหมื่นตลอดช่วงชีวิตที่เธอรับราชการ

นอกจากนี้ “หมอพรทิพย์” ยังเป็นขวัญใจของชาวบ้าน ให้ช่วยไขปริศนาสารพัดคดี ทั้งฆ่าหั่นศพ ฆาตกรรมอำพราง ทุกคนต่างนึกถึงแต่ชื่อเธอ ไม่เพียงแต่ผ่าศพเท่านั้น  “หมอพรทิพย์” ยังเคยออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองขึ้นเวทีของคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. ร่วมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกด้วย

ชื่อ“หมอพรทิพย์” กลับมามีสีสันทางการเมืองอีกครั้ง หลังพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและหัวหน้าฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. เสนอชื่อให้เข้าไปนั่งเก้าอี้สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ หรือสปท. จนสำเร็จได้นั่งเก้าอี้ปฏิรูปประเทศ

หมอพรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ หรือสปท. ว่า พูดได้เต็มปากเลยว่าไม่ได้หวังกับตำแหน่งนี้ เพราะการเมืองวันนี้แม้จะเป็นการเมืองปฏิวัติ  มันยังมีเส้นและมีอิทธิพล หมอยังเห็นคนที่คัดค้าน  ไม่ได้มาด้วยผลงาน มาด้วยเส้นสาย เข้ามานั่งในสภาปฎิรูปก็มี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านก็ทราบดี  “และถ้าหมอไม่ได้ก็ตอบเอาละกันว่าทำไม คราวนี้หมอไม่ได้สมัคร คือหมอไม่วิ่งเต้น คราวนี้ท่านรัฐมนตรีเป็นคนเสนอ ก็ถ้าไม่ได้ต้องตอบนะว่าทำไม”

หากมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้ สปท. หมอพรทิพย์วาดฝันไว้ว่า จะทำทุกเรื่อง "แก้วแตกที่ใดในแผ่นดิน ที่ทำให้คนไทยหรือแผ่นดินมันแย่ลงเก็บออกให้หมดค่ะ  ถ้าเรื่องนั้นเรารู้ก็ทำ การศึกษารู้ก็ทำ กระบวนการยุติธรรมรู้ก็ทำ เกษตรรู้ก็ทำศาสนายิ่งอยากทำ รู้สึกหวงแผ่นดินนี้  ต้องบอกว่า เราจะมาตำหนิประชาธิปไตยทำไม ก็คนใช้ประชาธิปไตยมันไม่ได้เรื่องเหมือนพระพุทธศาสนาไม่ได้เสีย แต่เสียที่คน"

นอกจากนี้ หมอพรทิพย์ ยังแสดงความคิดเห็นของการปฏิรูประเทศในช่วง 1ปีกว่า ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยว่า การปฏิรูปที่ผ่านมายังไม่สำเร็จ อย่างเรื่องการปราบทุจริตของข้าราชการ หมอมองว่าเป็นเหมือนภาพลวงตา อย่างการสอบการทุจริตในสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จนตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเลย  ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าวยังไม่เห็นฟันเฟืองของรัฐบาลโดยเฉพาะราชการถูกแก้ไขเลย

ที่ผ่านมาเราเห็นจุดที่ควรจะปฏิรูปแล้วยังไม่ได้ปฏิรูป ซึ่งเข้าใจคนบางคนต้องอาศัยอำนาจของบางหน่วยอยู่ มันก็เลยยังปฏิรูปเขาไม่ได้ อำนาจประชาชนสำคัญที่สุด ถ้าจะปฏิรูปให้ดี ต้องให้ข้าราชการเป็นตามคำจำกัดความ คือต้องเข้มแข็ง ถามว่าเป็นไปได้ไหม ไม่มีทาง เพราะว่าข้าราชการทุกคนพอขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงก็มองตำแหน่งถัดไป  ไม่มานั่งทำงาน

“ประเทศไทยมีความขี้เกรงใจ ไม่ได้เกรงใจคนดี แต่เกรงใจคนมีอำนาจ เกรงใจอิทธิพลทุกวงการ การเมืองที่เข้ามาตอบได้ว่าไม่มีใครไม่มีผลประโยชน์ เพียงแต่ตัวเองจะเอาไหม หมอจึงไม่มีนักการเมืองในใจเลยสักคนเดียวขณะเดียวกันการปฏิวัติก็เหมือนกัน การปฏิวัติเป็นเรื่องของพ่วงอำนาจ เหมือนกันมาแล้วก็ไป” อดีต ผอ.สถาบันนิติฯ ระบุ

อย่างไรก็ตาม หมอพรทิพย์ ยังบอกด้วยว่า หากมีโอกาสจะขอทำงานด้านปฏิรูปเท่านั้น ไม่นั่งเก้าอี้นักการเมืองแน่นอน ถ้าเป็นระบบพรรคการเมืองที่เป็นอยู่เพราะไม่ชอบ แต่ถ้าวันหน้ามีคนมาทาบทามก็ต้องดูว่าคนนั้นเป็นใคร

สำหรับเรื่องที่ต้องปฏิรูปเร่งด่วนในยุคนี้ หมอพรทิพย์ ระบุว่า ปฏิรูปการศึกษา ศาสนา และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม  เพราะกระบวนการยุติธรรมเป็นต้นสายธารสำคัญที่สุด ทุกวันนี้เราแก้แต่ปลายเหตุ

“ถ้าต้นสายธารไม่ถูกปฏิรูป ประเทศไทยก็จะเป็นนรกในที่สุด วันนี้ก็เหมือนกับการกวาดบ้าน แต่คนทิ้งขยะก็ยังทิ้งอยู่ชุดนี้มาเปลี่ยนชุดทำความสะอาดบ้าน มันก็ยังเป็นอยู่ ถ้าตราบใดที่เรายังไม่เลิกทิ้งขยะ และการศึกษาที่ยังยึดติดกับการติ้วการสอน เป็นการครอบนักเรียน ครอบโรงเรียนหมด ครอบผู้ปกครองด้วย เพราะผู้ปกครองก็ยึดติด” 

หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลปัจจุบันอาจใช้เผด็จการบริหารประเทศ แต่ในแง่ของหมอพรทิพย์ ให้ทัศนะว่า มันไม่ใช่เผด็จการ เพราะมันมีความจำเป็นของประเทศ ซึ่งถ้าหมอทำได้ หมอก็ลงมาปฏิวัติเหมือนกัน แต่เผอิญหมอมีแต่ปัญญา เพราะว่ามันเป็นระบบการเมืองที่แอบอิงประชาธิปไตย และก็เอาเงิน

“คนที่เป็นหัวหน้าพรรคหรือเป็นนายกฯ ไม่ใช่ตัวเขา แต่เขามีเงา ซึ่งหมอไม่ชอบ ไม่ศรัทธาการเมืองแบบนี้ อย่ามาอ้างประชาชนคือประชาธิปไตย เสียงที่ได้มาคือไปหลอกเอามาทั้งนั้น ไปหลอกไปเอาศรัทธาของเขามา”

หมอพรทิพย์ บอกด้วยว่า รัฐบาลนี้มาโดยความจำเป็น ทีแรกหมอก็ไม่คิดว่า หลังนายกฯยังมีคนอื่น คือมีอำนาจที่ทำให้ทำได้ไม่สุด ก็บอกเลยว่า ทำไมหมอ ซึ่งเป็นคนที่คุ้นเคยได้ทำงานภาคใต้ช่วยมาตลอด แต่มีคนกันออก แล้วเวลาคุยกับนายกฯ ก็จะตอบอย่างหนึ่ง ซึ่งเราจับได้ว่ามีอะไรอยู่ข้างหลัง ซึ่งในความหมายที่พูดคือ สุดท้ายมีเรื่องอิทธิพลอยู่ด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองปกติหรือไม่ 

"ดังนั้นหากโกงมากก็ปฏิวัติ  ปฏิวัติมากก็กลับมา  เป็นกงล้อของมัน ถ้าตราบใดที่คุณภาพคนยังไม่ดี  คืออำนาจมันไม่ได้อยู่ที่ประชาชน  อำนาจมันต้องไม่ได้มาจากการเมืองให้"

แม้ “หมอพรทิพย์” เพิ่งจะเกษียณอายุราชการไป แต่เธอยังมีบทบาทในฐานะที่ปรึกษาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพ (คตศ.) ทั้งหมดเพื่อสานงานและปรับปรุงระบบของหน่วยงาน รวมถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของหมอพรทิพย์ ซึ่งประชาชนยังสามารถร้องขอความเป็นธรรมเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท