posttoday
ความเชื่อมโยงของโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่มประเทศ ASEAN

ความเชื่อมโยงของโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่มประเทศ ASEAN

12 ตุลาคม 2558

โดย...ผศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์

โดย...ผศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์

ความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจหรือการที่เศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีการขยายตัวหรือถดถอยในช่วงเวลาพร้อมๆ กัน เป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในกรณีของกลุ่มประเทศอาเซียน การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community, AEC) ทำให้การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกทวีความสำคัญมากขึ้น ดังนั้น วันนี้ผมจะพูดถึงงานวิจัยของผมที่ศึกษาประเด็นนี้ในแง่มุมใหม่ โดยเน้นการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนครับ

โดยปกติการวิเคราะห์ความสอดคล้องของวัฏจักรธุรกิจจะเน้นที่การคำนวณสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Coefficient of Correlation) ระหว่างอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยค่าสหสัมพันธ์ที่สูงจะแสดงถึงระดับของความสอดคล้องของเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งการศึกษาที่ผ่านมาในอดีตพบว่าในกรณีของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะประเทศอาเซียนจะมีค่าความสอดคล้องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับที่สูง และมีค่าความสอดคล้องที่เพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาหลังการเปิดเสรีภายใต้กรอบ ASEAN Free Trade Area (AFTA) โดยความเชื่อมโยงนี้การศึกษาส่วนใหญ่อธิบายว่าเป็นผลมาจากความเชื่อมโยงของการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มสมาชิกที่เพิ่มสูงขึ้น

เพื่อศึกษาประเด็นนี้จากแง่มุมใหม่ในด้านความเชื่อมโยงของโอกาสในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือชะลอตัว ตัวแบบเศรษฐมิติในการประมาณค่าที่เรียกว่าแบบจำลอง Markov-Switching นำมาใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งผลการคำนวณความน่าจะเป็นในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือชะลอตัวในกลุ่มประเทศ ASEAN แสดงได้ในรูปต่อไปนี้

จากรูปข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจะพบในกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงปี 1997-1999 ในทุกประเทศยกเว้นสิงคโปร์ ซึ่งแสดงถึงช่วงเวลาของการเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่แพร่ทั่วเอเชีย แต่สิงคโปร์จะมีโอกาสในการเกิดภาวะถดถอยในช่วงเวลาที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ คือพบในช่วงปี 2003, 2007, 2009–2011 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปชะลอตัว ส่วนในช่วงหลังปี 2012 ถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยและเวียดนามอยู่ในภาวะเสี่ยงของการชะลอตัวหรือถดถอยอย่างชัดเจนในขณะที่ประเทศ อื่นๆ ยังคงมีความเสี่ยงของการชะลอตัวในระดับที่ต่ำอยู่

ดังนั้น เมื่อพิจารณาแง่มุมใหม่จากผลการคำนวณนี้ เราพบว่าความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนมีระดับความเชื่อมโยงกันที่ต่ำกว่าการวิเคราะห์แบบเดิมที่กล่าวถึงข้างต้น แม้ว่าแต่ละประเทศสมาชิกจะมีสหสัมพันธ์ระหว่างกันของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูง แต่การปรับตัวลงสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยกลับมีจังหวะการปรับตัวที่แตกต่างกัน โดยช่วงเวลาที่มีการปรับตัวพร้อมๆ กันมีเพียงช่วงปี 1997-1999 และช่วงปี 2008 ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงเท่านั้น แต่การชะลอตัวในช่วงอื่นๆ ยังคงแตกต่างกันอยู่ ต่อมาเมื่อเทียบระหว่างความเชื่อมโยงในแต่ละประเทศ พบว่า มาเลเซีย อินโดนีเชีย และฟิลิปปินส์ จะเป็นสามประเทศที่มีโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยพร้อมๆ กันมากที่สุด ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์พบว่ามีโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยที่บ่อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแต่ก็มีการฟื้นตัวที่เร็วเช่นกัน นอกจากนี้โอกาสในการเกิดภาวะถดถอยในสิงคโปร์มีความเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอื่นๆ น้อยมาก ส่วนกรณีของไทยและเวียดนามพบว่ามีความสัมพันธ์ของโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอยระหว่างกันที่สูงและมีความเชื่อมโยงกับโอกาสในประเทศอื่นๆ น้อยกว่า

เพื่ออธิบายสาเหตุของลักษณะการเชื่อมโยงข้างต้น ผมจึงคำนวณการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principle Component Analysis) เพื่อหาปัจจัยร่วมที่มีผลต่อโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งพบว่าองค์ประกอบร่วมหลักที่มีผลต่อการเกิดเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่มประเทศ ASEAN มี 3 ปัจจัย ซึ่งจากการวิเคราะห์ปัจจัยทั้ง 3 พบว่า สาเหตุหลักของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยร่วมกันมาจาก

1) วิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญทั้งในและนอกภูมิภาค ได้แก่ วิกฤตต้มยำกุ้งและวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งมีผลต่อโอกาสในการเกิดภาวะถดถอยในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ในสัดส่วนที่สูง ตามด้วยไทยและเวียดนามและในสัดส่วนที่รองมา

2) ภาวะเศรษฐกิจของประเทศสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะประเทศจีน โดยการชะลอตัวลงของจีน จะมีผลต่อโอกาสในการเกิดภาวะถดถอยในไทยและเวียดนามอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยนี้สามารถอธิบายได้จากลักษณะห่วงโซ่ของอุปทานภายในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ที่เศรษฐกิจไทยและเวียดนามขึ้นอยู่กับการผลิตเพื่อส่งออกในห่วงโซ่นี้ในระดับที่สูงกว่าประเทศสมาชิกอื่นๆ ให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยนี้ในระดับที่สูงกว่าประเทศ อื่นๆ อย่างชัดเจน และการชะลอตัวลงเศรษฐกิจไทยรวมถึงโอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงปีนี้และปีหน้าจะมีความสัมพันธ์กับปัจจัยนี้เป็นหลัก ส่วนกรณีของสิงคโปร์พบว่า องค์ประกอบหลักที่มีความสัมพันธ์ในระดับที่สูงจะมีความเชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งองค์ประกอบนี้มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศอื่นๆ ในสัดส่วนที่น้อยมาก

ดังนั้น ผลจากการศึกษาดังกล่าว การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่ม ASEAN ในอนาคต จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค แม้ว่าเศรษฐกิจของแต่ละประเทศโดยรวมจะมีแนวโน้มไปด้วยกัน แต่ผลของปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ได้คาดหมายที่มาจากภายนอกจะส่งผลต่อประเทศในกลุ่มบางประเทศอย่างมีนัย ดังนั้นการพัฒนาความร่วมมือต่างๆ ในอนาคตจึงควรให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาจากการที่แต่ละประเทศสมาชิกมีภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนกันและเข้าสู่ภาวะถดถอยในจังหวะที่แตกต่างกัน เหมือนที่เกิดขึ้นในกรณีของกลุ่มสหภาพยุโรปครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ