posttoday
สยามกลการลุยฟาสต์ฟิต

สยามกลการลุยฟาสต์ฟิต

10 ตุลาคม 2558

ธุรกิจฟาสต์ฟิตระอุ สยามกลการฯ โดดร่วมวง ส่ง “ส้ม การาจ” ชิงแชร์ตลาด 8,000 ล้าน

ธุรกิจฟาสต์ฟิตระอุ สยามกลการฯ โดดร่วมวง ส่ง “ส้ม การาจ” ชิงแชร์ตลาด 8,000 ล้าน

นายประกาสิทธิ์ พรประภา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการอะไหล่ เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์แบบฟาสต์ฟิต (Fast Fit) ภายใต้แบรนด์ ส้ม การาจ (SOM GARAGE) เนื่องจากปัจจุบันมีรถยนต์ในไทยไม่น้อยกว่า 10 ล้านคัน ในจำนวนดังกล่าวเป็นรถที่หมดระยะรับประกันจากศูนย์บริการประมาณ 6 ล้านคัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกปีละ 6-7 แสนคัน/ปี ทำให้ตลาดสินค้าทดแทน (After Market) มีแนวโน้มที่จะเติบโตตาม เช่นเดียวกับธุรกิจศูนย์บริการแบบฟาสต์ฟิต

ประกอบกับจำนวนผู้ดำเนินการในตลาดปัจจุบันมีเพียง 4 ราย มีสาขารวมกันประมาณ 300 สาขาทั่วประเทศ และอีกศูนย์บริการเฉพาะสินค้า เช่น ยาง น้ำมันเครื่อง อีกประมาณ 1,000 ร้านค้า จึงยังมีโอกาสขยายธุรกิจรองรับ

สำหรับสาขาแรกตั้งบนเนื้อที่ 1,700 ตารางเมตร ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา โดยใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท เป็นสาขาต้นแบบของธุรกิจ จับกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. โซนบางนา และวางเป้าขยายสาขาเพิ่มในปีหน้าอีก 2 สาขา

ด้าน นายภากฤช ศิริชฎาธาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกลการอะไหล่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดศูนย์บริการรถยนต์แบบฟาสต์ฟิตมีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 3-5% จะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น เมื่อผู้ให้บริการอะไหล่และบริษัทรถยนต์จะเข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น เพื่อต้องการรักษาฐานลูกค้าที่ออกจากศูนย์บริการเมื่อหมดระยะประกันไว้ เนื่องจากส่วนใหญ่หรือประมาณ 70% จะหันไปใช้บริการนอกศูนย์

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าไม่นานโตโยต้าก็ได้เข้ามาทำตลาดแล้ว โดยสยามกลการฯ เป็นรายล่าสุด และคาดว่าในอนาคตจะมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ เข้ามา

ขณะที่มูลค่าตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มจะขยับขึ้นไปถึง 1 หมื่นล้านบาทได้ในไม่ช้า

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน บี-ควิก เป็นผู้นำตลาดในสัดส่วน 75% เพราะเป็นผู้ที่เข้าตลาดเป็นรายแรก A.C.T ของบริดจสโตน มีส่วนแบ่ง 20% ขณะที่ Fit Auto ของ ปตท. เอ็มเอ็มเอส-บ๊อช คาร์ เซอร์วิส ของมาสเตอร์กรุ๊ป และเจมส์ ช็อป ของโตโยต้า มีส่วนแบ่งรวมกันประมาณ 5% ขณะที่ SOM GARAGE ตั้งเป้าในปีแรกไว้ที่ 40 ล้านบาท และหากรวมธุรกิจคาร์แคร์จะมีรายได้ปีละ 50 ล้านบาท แต่ยังไม่ตั้งเป้าในเรื่องของส่วนแบ่งการตลาด เพราะต้องการเน้นในเรื่องคุณภาพ มาตรฐานการให้บริการ และการสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าก่อน

“บริษัทตั้งเป้าจะขยายสาขาปีละ 2 สาขา ขึ้นอยู่กับการหาที่ดินที่เหมาะสม ใช้เม็ดเงินลงทุนในพื้นที่ต่ำสุด 400 ตารางเมตร 15 ล้านบาท โดยจะยังคงอยู่กับศูนย์การค้า เพราะเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน และใน 3 ปีข้างหน้าตั้งเป้าว่าจะเสนอรูปแบบการทำธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์แบบฟาสต์ฟิตให้กับตัวแทนจำหน่ายของสยามกลการฯ ที่มีอยู่ประมาณ 500 ราย ให้ขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์” นายภากฤช กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท