
เพิ่ม10กิจการได้บีโอไอสูงสุด
กนพ.ไฟเขียวเพิ่ม 10 ประเภทกิจการได้สิทธิประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
กนพ.ไฟเขียวเพิ่ม 10 ประเภทกิจการได้สิทธิประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบเพิ่มประเภทกิจการเป้าหมายที่จะได้สิทธิประโยชน์สูงสุดในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีก 10 กลุ่มกิจการ จากเดิมที่ประกาศไปแล้ว 13 กลุ่มกิจการ
ประกอบด้วย กลุ่มกิจการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ส่งเสริมอยู่แล้ว 4 กลุ่มกิจการ ได้แก่ กิจการอบพืชและไซโล กิจการผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้หรือเศษวัสดุทางการเกษตร กิจการผลิตโครงสร้างโลหะสำหรับงานก่อสร้างหรืออุตสาหกรรม และกิจการผลิตสิ่งพิมพ์ทั่วไป โดยกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด คือ เว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อนภาษี 50% ในปีที่ 9-13
สำหรับที่เหลืออีก 6 กลุ่มกิจการ จะเป็นกลุ่มกิจการที่บีโอไอยกเลิกการส่งเสริมไปแล้วแต่จะส่งเสริมใหม่ โดยต้องยื่นขอรับส่งเสริมภายในเดือน มิ.ย. 2559 ได้แก่ กิจการผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์ กิจการผลิตวัสดุก่อสร้างและกิจการผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงสำหรับงานสาธารณูปโภคแต่ไม่รวมกระเบื้องมุงหลังคาปูพื้นและผนัง
กิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งสำหรับประทินร่างกาย เช่น สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน กิจการผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค กิจการผลิตสิ่งของจากเยื่อหรือกระดาษ และกิจการพัฒนาอาคารสำหรับโรงงานหรือคลังสินค้า ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า การเพิ่มประเภทกิจการที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะเร่งรัดการลงทุนเอกชนในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะการให้สิทธิประโยชน์กับกิจการที่บีโอไอเคยยกเลิกส่งเสริมแล้วนำกลับมาส่งเสริมใหม่ในครั้งนี้
นอกจากนี้ นายกฯ ยังมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในการเจรจาการกำหนดค่าเช่าที่ราชพัสดุในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หลังเอกชนทักท้วงว่าแพงเกินไป แม้ว่านายสมคิดและนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง จะระบุว่าไม่แพง เพราะเป็นสัญญาการเช่าระยะยาว 50 ปี และต่อสัญญาได้อีก 50 ปี อีกทั้งในอนาคตจะมีโครงการรถไฟทางคู่ผ่าน ซึ่งจะทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะยกเว้นค่าเช่าในช่วง 5 ปีแรก







