
ตื่นเก็บภาษีห้น
ตลาดทุนตื่นตระหนก ผู้บริหารสรรพากรแจ้งว่ากำลังตั้งเรื่องเก็บภาษีกำไรหุ้น
ตลาดทุนตื่นตระหนก ผู้บริหารสรรพากรแจ้งว่ากำลังตั้งเรื่องเก็บภาษีกำไรหุ้น
แหล่งข่าวจากตลาดทุน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้บริหารกรมสรรพากรจัดสัมมนาและได้เชิญผู้บริหารจากองค์กรด้านตลาดทุนเข้าไปร่วมงาน โดยสรรพากรชี้แจงว่า ขณะนี้กำลังศึกษาถึงแนวคิดการเก็บภาษีส่วนต่างกำไรส่วนต่างราคาหุ้น หรือการเก็บภาษีผลได้จากทุน (Capital Gains Tax) จากนักลงทุนทั่วไปที่ได้รับการยกเว้นมาเกือบ 40 ปี แล้วกลับมาจัดเก็บใหม่ให้เท่าเทียมกัน
ผู้บริหารกรมสรรพากรชี้แจงว่า ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดี เพราะกรมสรรพากรกำลังดำเนินการปฏิรูปภาษีทั้งระบบ อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาการจัดเก็บรายได้โดยรวมพลาดเป้าหมายที่วางไว้จากผลกระทบของการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องการหาแหล่งรายได้อื่นเข้าเสริมเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี องค์กรด้านตลาดทุนมีแผนที่เข้าไปชี้แจงให้ข้อมูลกับกรมสรรพากรในอนาคต ซึ่งยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาในขณะนี้ เพื่อให้ข้อมูลชี้แจงเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคและทั่วโลกว่าส่วนใหญ่ไม่มีการจัดเก็บภาษีส่วนต่างกำไรส่วนต่างราคาหุ้นดังกล่าว โดยหากมีการจัดเก็บจริงมีความกังวลว่าอาจกระทบต่อความสามารถเป็นอุปสรรคในการแข่งขัน และการดึงดูดความสนใจของตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ที่ไม่ได้จัดเก็บ
ด้าน นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ให้ความเห็นว่า ไม่อยากให้มีการเก็บภาษีจากนักลงทุน เพราะจะทำให้ตลาดหุ้นไทยสูญเสียการแข่งขันกับตลาดหุ้นอื่น ทำให้เสียบรรยากาศในการลงทุน
ทั้งนี้ ในระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 4.6 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีหุ้น 29 ประเทศ ในเอเชียมี 5 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีซื้อขายหุ้นและไม่เคยหารือเรื่องนี้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่วนกรมสรรพากรจะไปหารือกันหรือไม่ ไม่ทราบได้
ก่อนหน้านี้ นายบรรยงพงษ์พานิช เคยโพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีจากกำไรหุ้น โดยชี้แจงว่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ต้องไปแก้สนธิสัญญาทางภาษีที่ทำไว้แทบทุกประเทศ และอาจเกิดผลกระทบตามมาอีกมาก เช่น อาจมีตลาดหุ้นไทยนอกประเทศ หรือทุนไหลออก
ขณะเดียวกันจะมีการเปลี่ยนไปลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ หรือไปตั้งทรัสตี้ หรือโฮลดิ้งสัญชาติที่มีอนุสัญญาไม่เก็บภาษีซ้อนแล้วนำเงินมาลงทุน







