posttoday
ปิดประตู ‘นิรโทษ-ปรองดอง’

ปิดประตู ‘นิรโทษ-ปรองดอง’

09 ตุลาคม 2558

การปรองดองและการนิรโทษกรรมได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การปรองดองและการนิรโทษกรรมได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จำนวน 200 คน โดยสมาชิก สปท.ส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สปท.ควรเป็นเจ้าภาพในการเดินหน้าเรื่องดังกล่าว

“สุชน ชาลีเครือ” อดีตประธานวุฒิสภา ซึ่งจะว่าไปแล้วได้เข้ามาเป็นสมาชิก สปท.ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้ว่าเจ้าตัวจะลาออกจากพรรคแล้ว และเป็นคนแรกๆ ที่ประกาศว่าภารกิจของ สปท. คือ การสร้างความปรองดองผ่านการนิรโทษกรรม

ทันทีที่มีการแย็บเรื่องนิรโทษกรรมออกมาได้ไม่ทันไร ปรากฏว่ามีสมาชิก สปท.อีกฝ่ายนำโดย “คำนูณ สิทธิสมาน” ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า สปช.ไม่มีอำนาจจะไปนิรโทษกรรมใคร แต่อยากให้ สปท.ไปพิจารณาจากรายงานเรื่องการสร้างความปรองดองที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ดำเนินการมาสมบูรณ์แล้วแทน

สำหรับรายงานและข้อเสนอแนะเบื้องต้นของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของ สปช.ที่มี “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เป็นประธาน ได้ทำการศึกษาเรื่องการสร้างความปรองดองผ่านการนิรโทษกรรมเอาไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

“ในขั้นเริ่มต้นควรเป็นการนิรโทษกรรมสำหรับคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ซึ่งหมายความถึงบรรดาการกระทำต่างๆ ของประชาชนที่ได้กระทำไปเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดทางการเมือง โดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง หรือมีการกระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ทางการเมือง ทั้งนี้ ขอบเขตในการกำหนดประเภทคดีที่จะได้รับการนิรโทษดังกล่าวข้างต้นไม่รวมถึงการกระทำความผิดอาญาโดยเนื้อแท้, ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชั่น, ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง”

ส่วนท่าทีของรัฐบาลและ คสช.ในฐานะผู้กุมอำนาจสูงสุด ไม่ได้รับลูกหรือปฏิเสธต่อท่าทีของ สปท.เสียทีเดียว เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ประกาศหลักการของการสร้างความปรองดอง 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ต้องเป็นคนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและถูกตัดสินแล้ว 2.ต้องอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี และ 3.ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างหลบหนีกระบวนการยุติธรรม      

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะมีหลักการและ สปช.เคยทำรายงานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ไม่ได้เป็นการการันตีว่าการปรองดองและการนิรโทษกรรมจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เนื่องจากบรรยากาศทางการเมืองและเงื่อนไขต่างๆ ไม่เอื้ออำนวย

1.การกำหนดเนื้อหาการนิรโทษกรรม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 กำหนดให้ สปท.มีอำนาจเสนอกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นช่องทางหนึ่งในการดำเนินการให้เกิดการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ความยุ่งยากจะอยู่ตรงที่การกำหนดกรอบของการนิรโทษกรรมไว้ในกฎหมายว่าจะให้ครอบคลุมในส่วนใดบ้าง และจะมีการกลั่นกรองบุคคลที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรมอย่างแท้จริงได้อย่างไร  

ต้องไม่ลืมว่าสังคมได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดจากการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอยมาแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ สปท.ต้องเผชิญกับแรงกดดันว่าจะเหมาะสมหรือไม่ ถ้า สปท.จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบัญญัติหน้าที่หลักให้ สปท. คือ การสานต่อภารกิจด้านการปฏิรูปประเทศต่อจาก สปช.

2.การร่างรัฐธรรมนูญ เวลานี้ไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร แต่ย่อมเป็นเรื่องที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักหากจะมีการผลักดันการนิรโทษกรรมในระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ

เป็นเพราะการร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้เกิดบรรยากาศของการระดมสมองเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างผ่านการเขียนรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเกิดการจุดประเด็นนิรโทษกรรมขึ้นมาอย่างจริงจัง ย่อมมีผลให้การนิรโทษกรรมจะกลายเป็นเงื่อนไขที่ถูกนำขึ้นมาถกเถียงแทนประเด็นการปฏิรูปประเทศ และนำไปสู่การสร้างแรงกดดันในหนึ่งที่บางฝ่ายต้องการให้ กรธ.นำไปพิจารณาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

ดังนั้น คสช.และรัฐบาลอาจเลือกที่จะเก็บการนิรโทษกรรมไว้ในลิ้นชักก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้มีผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าการนิรโทษกรรมภายใต้การควบคุมอำนาจของ คสช.มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดขึ้น

3.ท่าทีของ “ทักษิณ ชินวัตร” ด้วยเงื่อนไขการปรองดองของ พล.อ.ประยุทธ์ จำนวน 3 ข้อที่ออกมาไม่ต่างอะไรกับการปิดประตูการนิรโทษกรรม เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ยังไม่ยอมมารับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ดินรัชดาฯ เมื่อทักษิณยังมีบ่วงคดีติดตัวอยู่และปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ย่อมเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การปรองดองเกิดขึ้นได้ยาก

ที่สุดแล้วกระบวนการสร้างความปรองดองผ่านการออกกฎหมายนิรโทษกรรมยังคงเป็นเรื่องที่เหนือธรรมชาติต่อไป จนกว่าจะมีเงื่อนไขพิเศษเข้ามาที่นำไปสู่แสงสว่างของการปรองดองอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท