
ปปง.สอบเส้นทางการเงินคดีระเบิดพบคนเกี่ยวข้องเพิ่ม
เลขาฯปปง.เผยสอบเส้นทางการเงินคดีระเบิดราชประสงค์ พบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แจงเปิดเผยไม่ได้หวั่นคนร้ายไหวตัว
เลขาฯปปง.เผยสอบเส้นทางการเงินคดีระเบิดราชประสงค์ พบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แจงเปิดเผยไม่ได้หวั่นคนร้ายไหวตัว
วันที่ 8 ต.ค พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินเครือข่ายคดีระเบิดราชประสงค์ว่า คืบหน้าพอสมควรพบผู้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเพิ่มเติม และขณะนี้ได้ประสานข้อมูลกับตำรวจและฝ่ายความมั่นคง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพื่อไม่ให้คนร้ายไหวตัวทัน โดยปปง.ตรวจสอบในส่วนของเส้นทางการเงิน แต่ไม่มีการสืบสวนทางคดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจและฝ่ายความมั่นคง
เลขาธิการปปง. กล่าวว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จะครบกำหนดที่คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงิน หรือ FATF (Financial Action Task Force) จะประเมินไทยว่าได้แก้ไขมาตรฐานสถาบันการเงิน และกฎหมายเพื่อป้องกันการฟอกเงินได้ตามมาตรฐานสากลหรือไม่ ซึ่งไทยต้องเร่งผลักดันร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินที่ทำให้แพร่ขยายอาวุธที่มีอำนาจทำลายร้ายแรง หรือกฎหมายสกัดกั้นการซื้อขายอุปกรณ์ที่นำไปใช้ผลิตนิวเคลียร์ และต้องเข้มข้นในการยกระดับสถาบันการเงินให้มีมาตรการการตรวจสอบทางการเงินที่ได้มาตรฐานสากล หากไม่สามารถปรับปรุงมาตรฐานได้ตามที่ FATF กำหนด จะมีความเสี่ยงที่ไทยถูกขึ้นบัญชีดำเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากในการทำธุรกรรมทางการเงินของสถาบันการเงินไทย
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินที่ทำให้แพร่ขยายอาวุธที่มีอำนาจทำลายร้ายแรง มีความสำคัญซึ่งปัจจุบันผู้ก่อการร้าย ไม่ใช่ผู้เคลื่อนไหวจัดหาอุปกรณ์โดยตรงเอง และมีข้อมูลการใช้ประเทศไทยในการจัดหา และทำอาวุธร้ายแรงเพราะระบบสถาบันการเงินในไทยเข้มแข็ง โดยตั้งแต่ปี 2012 ทั่วโลกได้กำหนดมาตรฐานในการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนเงินในการแพร่ขยายอาวุธร้ายแรง ส่วนของไทยกฎหมายนี้อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ร่างกฎหมาย เพื่อเสนอตามขั้นตอนให้บังคับใช้ ซึ่งจะส่งผลให้การตรวจสอบธุรกรรมไปถึงผู้เกี่ยวข้องหรือบุคคลที่องค์การสหประชาชาติประกาศว่ามีความเกี่ยวข้องหรือแบล็กลิสไว้ได้







