
ไทยเบนเป้า มุ่งเจาะตลาด 'ซีแอลเอ็มวี'
บลูมเบิร์กรายงานว่า ในขณะที่การส่งออกไปจีน ยุโรป และสหรัฐ ชะลอตัว รัฐบาลไทยได้จัดทำยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเชื่อมโยงกับกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งมีประชากรถึง 240 ล้านคน
บลูมเบิร์กรายงานว่า ในขณะที่การส่งออกไปจีน ยุโรป และสหรัฐ ชะลอตัว รัฐบาลไทยได้จัดทำยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเชื่อมโยงกับกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งมีประชากรถึง 240 ล้านคน
เนื่องจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมา ทำให้ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์โดยการแสวงหาตลาดส่งออกใหม่ โดยไทยไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่บรรลุข้อตกลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และสหภาพยุโรปก็ได้กล่าวว่าจะไม่ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับไทยจนกว่าจะมีการรื้อฟื้นประชาธิปไตย
ทั้งนี้ ไทยได้มีแผนใช้เงินประมาณ 8.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในอีก 7 ปีข้างหน้า เพื่อก่อสร้างทางรถไฟ ถนน และด่านศุลกากร เพื่อขจัดอุปสรรคที่ทำให้การค้ากับเพื่อนบ้านหยุดชะงัก โดยไทยได้เจรจากับจีนและญี่ปุ่นเพื่อก่อสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะเชื่อมโยงศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการเดินเรือของประเทศกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างเช่น จีนและอินเดีย โดยเชื่อมโยงจากยูนนานทางตอนใต้ของจีนไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย
ทั้งนี้ อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ว่า “ด้วยความเชื่อมโยงทางรถไฟและถนนกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เราจะมีตลาดที่มีศักยภาพที่เข้มแข็งมากๆ เพราะไทยมีที่ตั้งอยู่ในใจกลางของอาเซียนและเอเชีย”
เคียวอิชิ ทานาดะ ประธานโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “ถ้าไทยสามารถกลายเป็นผู้นำของภูมิภาคแม่น้ำโขงก็จะเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่สุด” โดยไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโตโยต้า ซึ่งสามารถผลิตรถยนต์มากกว่า 6 แสนคัน/ปี ส่วนใหญ่เพื่อการส่งออก
ทั้งนี้ อภิรดี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์เพื่อการเป็นศูนย์กลางทางการค้าและโลจิสติกส์สำหรับประเทศซีแอลเอ็มวี รวมทั้งภูมิภาคในจีนตอนใต้และพื้นที่ของอินเดียจนถึงเมียนมา จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้ไทยหลุดจากกับดักทางรายได้ระดับปานกลาง
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนเครือข่ายการขนส่งของจีนเชื่อมโยงเมืองหลวงของจังหวัดยูนนานกับเวียดนาม ลาว กัมพูชา ไทย และเมียนมา โดยบริษัทก่อสร้างทางรถไฟจีนจะช่วยไทยสร้างทางที่มีความยาวกว่า 840 กม. จากคุนหมิงไปกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกของไทย
ก่อนหน้านี้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า นอกจากจีนแล้วไทยยังได้เสนอโครงการทางรถไฟเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยการเชื่อมโยงกับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเส้นทางรถไฟเชื่อมโยง จ.กาญจนบุรี ในภาคตะวันตกกับกรุงเทพฯ และ จ.ระยอง ในภาคตะวันออก โครงการนี้จะเชื่อมโยงเมียนมาและอินเดียกับท่าเรือแหลมฉบังของไทย
นอกจากนี้ ไทยยังได้เจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับปากีสถานด้วย







