posttoday
การสื่อสารกับตลาดอาเซียน เพื่อการท่องเที่ยวไทย

การสื่อสารกับตลาดอาเซียน เพื่อการท่องเที่ยวไทย

08 ตุลาคม 2558

โดย..ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

โดย..ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม

ทุกครั้งที่ผมเดินทางเข้าไปในกลุ่มประเทศ CLMV ผมสังเกตเห็นประชาชนในประเทศเหล่านี้ติดตามชมรายการบันเทิง รายการข่าวสาร จากสถานีโทรทัศน์บ้านเราเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของทีวีประเภท LED ที่มีทั้งภาพและเสียงที่คมชัดเจน ทำให้เกิดอรรถรสในการรับชมและรับฟังได้อย่างเพลิดเพลิน จนเพื่อนๆ บางคนในกลุ่มประเทศเหล่านี้บอกผมว่า สมาชิกในบ้านของเขาส่วนใหญ่ชื่นชอบติดตามความเคลื่อนไหวทั้งในด้านข่าวสาร เกมโชว์ วาไรตี้และรายการละครและภาพยนตร์มากกว่ารายการทีวีในบ้านเขาเอง

ประเทศไทยของเรานั้น ได้รับความเชื่อถือในด้านการพัฒนาประเทศในเกือบทุกมิติ ที่เด่นสุดคือภาคเศรษฐกิจ จนสามารถกล่าวได้ว่า ไทยเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้อย่างภาคภูมิใจครับ โดยเฉพาะในด้านกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ผสมผสานไปถึงการนำเสนออัตลักษณ์ในด้านวัฒนธรรม รวมไปถึงกิจกรรมด้านสันทนาการ การบันเทิง

แม้ว่าตามสภาพกาลเวลาที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเราหลายต่อหลายแห่งอาจจะเสื่อมโทรม สกปรก ขาดการดูแลทำนุบำรุงรักษาอย่างถูกต้องตามวิธีการก็ตามที แต่ในระดับมหภาค ไทยเรายังคงสามารถครองความเป็นผู้นำทางการท่องเที่ยวอย่างยิ่งใหญ่ในกลุ่มประเทศนี้อีกยาวไกลครับ ทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่จัดสร้างด้วยมือมนุษย์ สถานที่ช็อปปิ้ง และสถานบันเทิงพร้อมสรรพแบบที่ว่าครบวงจรตามความปรารถนา ความสุขของมนุษย์ทุกผู้นาม

ประชาชนคนชั้นกลางในกลุ่มประเทศเหล่านี้ หลายต่อหลายคนมีความใฝ่ฝันนะครับ สักครั้งในชีวิต อยากจะมาเดินช็อปปิ้งในห้างเซ็นทรัล เดอะมอลล์ ห้างเอ็มโพเรียม หรือบางรายก็อยากจะมาเที่ยวชมความยิ่งใหญ่อลังการของสถานช็อปปิ้งระดับโลกของบ้านเรา ทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าระดับโลกที่เพิ่งเปิดให้บริการกันในถนนสายสำคัญของกรุงเทพมหานครของเรา รวมไปถึงการเข้าชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ทันสมัยที่บ้านเขายังตามเราไม่ทัน หรือการเข้าชมการแข่งขันกีฬาระดับทวีปและระดับโลก โดยเฉพาะมวยและฟุตบอล นอกจากนี้ยังมีชนชั้นสูงที่นิยมมาตรวจสุขภาพและมารับการรักษาพยาบาลในบ้านเราเป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี

ชายหาด สายลม แสงแดด ความเป็นมิตรของคนไทย อีกทั้งอาหารไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมไปถึงเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวพันกันมาเป็นเวลาหลายศตวรรษของชาวสยามกับกลุ่มประเทศ CLMV ยังเป็นที่สนใจศึกษาค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่องจากอดีต ปัจจุบัน สืบเนื่องไปถึงอนาคตครับ

ผมคิดว่าในด้านการท่องเที่ยวเชิงรุก เราควรเริ่มระดมสมองผู้เชี่ยวชาญในทุกๆ ด้าน เพื่อการแพร่และสื่อสารความน่าท่องเที่ยว ความน่าสนใจในศิลปวัฒนธรรม ทั้งในด้านการกินอยู่ การดำรงชีวิต เพื่อกระตุ้นและเชิญชวนผู้คนในประเทศเหล่านี้ทุกระดับชั้นให้เข้ามาเที่ยวชมบ้านเรา มาสรรหาความสุขความบันเทิง นำเงินตราเข้ามาใช้จ่ายให้มากขึ้น พวกเราควรตระหนักให้ดีนะครับ ประเทศเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีอนาคตสดใสและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจในอนาคตทั้งสิ้น มีอัตราการเพิ่มของมนุษย์เงินเดือน เจ้าของกิจการขนาดย่อม มีคนชั้นกลางที่จะเป็นกำลังซื้อทั้งการท่องเที่ยวและสินค้าไทยในอนาคตได้เป็นอย่างดีมาก

ลองดูนะครับ ลองช่วยกันระดมความคิด ว่าเราควรจะใช้การสื่อสารบนอากาศให้ได้ประสิทธิผลเข้าถึงกลุ่มประชาชนในประเทศเหล่านี้ให้มากที่สุดได้อย่างไร ควรจะสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ หรือแม้แต่บทเพลงแนวใด เพื่อให้สามารถส่งออกไปทุกช่องทางสื่อสารให้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยของเราอยู่ในใจ ในสถานภาพที่จะเป็นสถานที่ในฝันของผู้ที่มีสตางค์ในภูมิภาคนี้ให้เข้ามาท่องเที่ยวบ่อยๆ มากที่สุดทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การทำการตลาดบันเทิงสื่อสารเชิงรุก หรือที่บรรดานักการตลาดรู้จักกันดีในตัวย่อ EMCI (Entertainment Marketing Communications International) น่าจะเป็นกลยุทธ์และกลวิธีที่มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการวางแผนการตลาดของธุรกิจการท่องเที่ยวไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคตครับ

ซึ่งในความคิดจริงๆ ของผม หากเรามีความพร้อมทั้งในด้านงบประมาณและองค์ประกอบอื่นๆ เราควรที่จะนำแนวคิดนี้รุกเข้าไปในตลาดอาเซียนที่ประกอบไปด้วยประเทศที่มีประชากรขนาดใหญ่ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือแม้แต่มาเลเซียที่มีพรมแดนติดกับเราในหลายเขตจังหวัดทางภาคใต้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาวครับ

วิธีการทำตลาดท่องเที่ยวที่ผ่านมาในอดีตนั้น ควรที่จะทบทวนได้แล้วครับ ถ้าจะพูดแบบให้เข้าใจง่ายๆ คือที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐปล่อยให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำการตลาด แล้วหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ตามนั้นหมดสมัยแล้วครับ ในวันนี้ภาครัฐต้องช่วยเป็นผู้นำ ใช้ข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่มีดาษดื่นหลายต่อหลายหน่วยงานในต่างประเทศช่วยหาตลาดใหม่ๆ ให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทย

รัฐต้องช่วยลงทุน ช่วยเสริมความรู้ สร้างบุคลากร และส่งเสริมให้เอกชนดำเนินการต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็งครับ มิฉะนั้นธุรกิจท่องเที่ยวไทยก็จะเป็นอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ คือเอกชนส่วนใหญ่ไปผูกและแย่งชิงตัดราคาตลาดนักท่องเที่ยวกันอยู่ในตลาดเชิงปริมาณขนาดใหญ่กันเกือบทั้งหมด เช่น จีน รัสเซีย อินเดีย ตะวันออกกลาง เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น

แล้วผลลัพธ์ก็ปรากฏอย่างที่เห็น เมื่อตลาดนักท่องเที่ยวจากรัสเซียลดปริมาณลง โรงแรมและสถานบันเทิงทั้งในพัทยา ภูเก็ตเดือดร้อนกันทั่วไป และอีกไม่นานหรอกครับ หากนักท่องเที่ยวจีนลดจำนวนลงไปอีก ตามด้วยญี่ปุ่นและอินเดีย คราวนี้หมดจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะงัดกลยุทธ์ประเภทใดมาส่งเสริมการขาย ทั้งลด แลก แจก แถม หรือชิงโชค การท่องเที่ยวไทยก็ไม่ฟื้นอย่างแน่นอนครับ ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวที่เคยเป็นตลาดกระแสหลักของไทยคือนักท่องเที่ยวจากยุโรปนั้นต้องรออีกหลายปีครับกว่าจะกลับมาดีเหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท