
ทีพีพี ใครได้
การเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) บรรลุไปแล้ว ฉุดให้ราคาหุ้นทั้งในสหรัฐและเอเชียพุ่งกระฉูดกันเลยทีเดียวเมื่อวานนี้ นั่นเป็นเพราะว่าทีพีพีถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นการค้าโลกอีกกลไกหนึ่ง ท่ามกลางความซบเซาของเศรษฐกิจโลกในระยะนี้ครับ
การเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) บรรลุไปแล้ว ฉุดให้ราคาหุ้นทั้งในสหรัฐและเอเชียพุ่งกระฉูดกันเลยทีเดียวเมื่อวานนี้ นั่นเป็นเพราะว่าทีพีพีถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นการค้าโลกอีกกลไกหนึ่ง ท่ามกลางความซบเซาของเศรษฐกิจโลกในระยะนี้ครับ
ไม่ว่าเป้าหมายหลักของทีพีพีจะเป็นอย่างไร บางเสียงบอกว่ามีขึ้นเพื่อต้านอิทธิพลจีน แต่ในที่สุดแล้วทีพีพีก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลกได้พอสมควร เพราะปริมาณการค้าในกลุ่ม 12 ประเทศสมาชิกนี้จะติดมากถึง 40% ของการค้าโลกทีเดียว
ประเด็นที่ต้องน่าจับตามองกัน ก็คือว่า ใครได้ใครเสียอะไรบ้างกับข้อตกลงทีพีพีนี้ แน่นอนว่าใครไม่ได้เป็น 1 ใน 12 สมาชิก ก็ย่อมที่จะเสียผลประโยชน์โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดของกลุ่มประเทศทั้ง 12 แห่งดังกล่าว และแน่นอนสหรัฐจะเป็นผู้ได้มากที่สุด จะเป็นหนทางการกระจายสินค้าของสหรัฐที่ปลอดภาษี และภายใต้ข้อตกลงนี้ก็จะเป็นการเซตมาตรฐานการค้า และอีกหลายๆ ด้านไปด้วย
ลองมาดูครับ ในอาเซียนนี้มีอยู่ 4 ประเทศที่เป็นสมาชิกของทีพีพี นั่นก็คือ สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย และเวียดนาม
ที่ไทยเราต้องจับตาดูกันก็คงหนีไม่พ้นเวียดนาม ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งการค้าของไทย
เวียดนามจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง คาดว่าเวียดนามจะได้ผลประโยชน์จากทีพีพีมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะการลดภาษีศุลกากรในสหรัฐและญี่ปุ่นลง จะทำให้เวียดนามเจาะตลาด2 ประเทศนี้ได้มากขึ้น
นอกจากนั้น อุตสาหกรรมประมงของเวียดนามก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มๆ จากการกำจัดภาษีการนำเข้ากุ้ง ปลาหมึก และทูน่า ซึ่งปัจจุบันภาษีอยู่ที่ราว 6.4-7.2% (ส่วนสถานการณ์ประมงไทยก็อย่างที่เห็นๆ รู้ๆ กันดีอยู่ครับ)
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ คาดว่า ทีพีพีจะช่วยทำให้การเติบโตของเวียดนามโตขึ้นถึง 28% และดันให้จีดีพีของเวียดนามโตขึ้นถึง 11% ในปี 2015 นี้ครับ
แต่กระนั้นเวียดนามก็จะต้องเจอกับปัญหาการแข่งขันจากบริษัทยาต่างประเทศที่จะบุกตลาดเวียดนามมากขึ้นเช่นกัน หลังจากที่จะมีการกำจัดภาษีนำเข้าสินค้าเวชภัณฑ์ภายใต้ข้อตกลงนี้ และบริษัทยาของเวียดนามก็จะต้องถูกจำกัดในการผลิตยาเองพอสมควร เพราะจะต้องเจอกับปัญหาสิทธิบัตรยาอีกด้วย
ในอนาคตทีพีพีจะขยายสมาชิกขึ้นอีก รวมทั้งอินเดียและเกาหลีใต้ด้วย ก็ถือว่าเป็นเขตการค้าเสรีที่น่าสนใจมากที่ประเทศไทยจะมองข้ามไม่ได้ครับ







