posttoday
ประชานิยม หรือ ประชารัฐ

ประชานิยม หรือ ประชารัฐ

07 ตุลาคม 2558

โดย...พลเดช ปิ่นประทีป

โดย...พลเดช ปิ่นประทีป

“ประชานิยม” กับ “ประชารัฐ” เป็นสองคำที่เข้ามาสู่กระแสความสนใจของสังคมในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยสื่อมวลชนได้เกาะติดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แล้วนำมาวิพากษ์วิจารณ์ขยายความ

ในทางความหมาย สองสิ่งนี้เป็นคนละประเภทกัน จึงเปรียบเทียบกันแบบตรงๆ ไม่ได้เสียทีเดียว สิ่งแรกเป็นนโยบายทางการเมือง ประเภทหนึ่ง ส่วนอันหลังเป็นแนวทางหรือกระบวนวิธีในการทำงานพัฒนา ในรูปแบบหนึ่ง

อันที่จริงนโยบายประชานิยมเป็นคำกลางๆ ซึ่งหมายถึงนโยบายทางการเมืองที่มีลักษณะในการให้ความสำคัญกับประชาชนทั่วไป แทนที่จะพูดถึงแต่ผลประโยชน์ของผู้คนในโครงสร้างส่วนบน แต่ปัจจุบันคำนี้ส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้แบบมีอคติในความหมายเชิงลบ เพราะสังคมไทยมีประสบการณ์และบทเรียนรู้อันขมขื่นจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อเรื้อรัง โดยพรรคการเมืองต่างพากันใช้นโยบายแบบนี้มาหาเสียงแข่งขันกันแบบหน้ามืดตามัว เพื่อชิงอำนาจรัฐผ่านกรรมวิธีการเลือกตั้ง

สถาบันพระปกเกล้าได้ให้ความหมายของนโยบายประชานิยมจากการทบทวนแนวคิดที่มาของ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ โดยจำแนกออกเป็น 5 ความหมายด้วยกัน ได้แก่

1) ประชานิยมในรัสเซียและอเมริกา เป็นประชานิยมในความหมายดั้งเดิมที่เกิดขึ้นในรัสเซียและอเมริกาในปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีนัยว่าหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เห็นว่าประชาชนสำคัญที่สุด โดยในทั้งสองประเทศต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อชาวนาซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่

2) ประชานิยมในละตินอเมริกา เป็นขบวนการประชานิยมที่เริ่มต้นขึ้นในอาร์เจนตินาตั้งแต่ทศวรรษ 1920 โดยเป็นขบวนการที่มีผู้นำสูงสุด คือ ฮวนเปรอง ที่มีความโดดเด่น มีเสน่ห์ มีบารมีเป็นที่จับตาจับใจประชาชน และมีนโยบายสงเคราะห์คนยากจนเพื่อใช้เป็นฐานเสียงและฐานนโยบายทางการเมืองมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้นำกับประชาชน

3) ประชานิยมในประเทศตะวันตก คือ การเมืองที่มีนโยบายพรรคการเมืองบางพรรคได้รับความสนับสนุนจากสามัญชนที่ชื่นชอบหรือมีอุดมการณ์ตรงกัน

4) ประชานิยมในฐานะแนวทางการพัฒนา ใช้เรียกแนวคิดการพัฒนาที่เน้นภาคชนบท เน้นภาคเกษตร เน้นการพัฒนาไร่นาขนาดเล็ก ขนาดกลางของเกษตรกรอิสระหรือสหกรณ์ที่ชาวไร่ชาวนามารวมกัน เป็นทางเลือกของการพัฒนาที่ไม่เน้นการพัฒนาให้เป็นเมืองแบบตะวันตกนั่นเอง

5) ประชานิยมที่หมายถึงการให้ความสำคัญหรือให้คุณค่าแก่ประชาชน โดยเฉพาะคนทั่วไปหรือชนชั้นล่าง การเมืองที่เห็นความสำคัญของประชาชนทั่วไปจึงมักเป็นประชานิยมเสมอ

ส่วนคำว่า “ประชารัฐ” มาจากท่อนแรกของเพลงชาติไทย ซึ่งมีใจความว่า “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี…”

ประชารัฐจึงเป็นแนวทางในการสามัคคีรวมพลังของผู้คนในสังคมไทย โดยไม่แยกฝักแยกฝ่ายและไม่กันใครออกไป (Inclusive) ประชารัฐ เป็นทั้งสำนึกและหน้าที่ที่พี่น้องคนไทยทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการปกป้องแผ่นดินแม่จากภยันตรายทั้งปวง และร่วมกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืน

แนวคิดและแนวทางที่ “เป็นประชารัฐ” ถูกนำมาใช้ในการสร้างสรรค์กระบวนการทำงานพัฒนาเป็นครั้งแรกในยุครัฐบาลทักษิณสมัยแรก (ปี 2544) โดยมีเป้าหมายในการผนึกกำลังภาครัฐและภาคประชาสังคมอย่างเป็นกิจจะลักษณะในการสนับสนุนกระบวนการเตรียมความพร้อมของหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศจำนวน 7.8 หมื่นแห่ง เพื่อรองรับการจัดตั้งกองทุน 1 ล้านบาท

บริบทในขณะนั้นคือรัฐบาลต้องการจัดตั้งกองทุนเงินล้านอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ฝ่ายข้าราชการที่มีกระทรวงมหาดไทยเป็นแกนนำ ต้องการสนองตอบนโยบายโดยใช้กลไกรัฐด้านการปกครองเป็นตัวขับเคลื่อน ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคมที่เข้าไปร่วมเป็นกรรมการไม่เห็นด้วยเพราะกังวลในเรื่องคุณภาพและกลัวเสียของ

การต่อสู้ทางความคิดและวาทกรรมระหว่างสองฝ่ายดำเนินไปอย่างดุเดือด ถึงขั้นลามปามเป็นการสบประมาทกันอย่างรุนแรง จนที่ประชุมถึงทางตัน ฝ่ายประชาสังคมตำหนิราชการว่าชอบทำงานลวกๆ แบบขอไปที ไม่มีคุณภาพ ไม่ยั่งยืน ซึ่งมีรูปธรรมให้เห็นเต็มไปหมด และยังจะทำแบบนั้นกันอีกหรือ ฝ่ายราชการก็หมิ่นแคลนเอ็นจีโอว่าเป็นพวกดีแต่พูด ทำงานแค่จุดเล็กๆ แต่เอามาคุยใหญ่คุยโตจนเกิน

ในคราวนั้นผมเห็นท่าไม่ดีจึงได้เสนอ “แนวทางประชารัฐ” ขึ้นมาเป็นทางออก เป็นแนวทางสายกลาง โดยทุกฝ่ายต้องมองข้อดีและนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาหนุนเสริมซึ่งกันและกัน แทนที่จะมุ่งขุดค้นจุดอ่อนข้อจำกัดของอีกฝ่ายหนึ่งมาใช้ห้ำหั่นกัน โชคดีที่ประชุมต่างขานรับจึงบังเกิดความหวังและบรรยากาศใหม่ในการทำงานขึ้นโดยทันที

มาในคราวนี้ “ประชารัฐ” ถูกเลือกที่จะใช้เป็นกระบวนการหนุนเสริมนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล ในขณะเดียวกันก็มุ่งหมายให้เป็นสัญลักษณ์ในการผนึกพลังทั้งแผ่นดินเพื่อนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากภาวะหลุมดำแห่งความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อเรื้อรัง

“สานพลังประชารัฐ” หมายถึงการรวมพลังระหว่างภาคประชาชนและภาคธุรกิจกับภาครัฐในการทำงานพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อความมั่นคงของชีวิตเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน ชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ นอกจากนั้นยังเป็นไปเพื่อการเรียนรู้แลกเปลี่ยนและสานสัมพันธ์กันในแนวระนาบ สร้างการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับฐานราก โดยอาศัยจุดแข็งของแต่ละองค์กรภาคีมาหนุนเสริมกัน รวมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

บัดนี้ รัฐบาลได้แสดงจุดยืนและท่าทีที่มั่นคงแล้วว่าจะใช้แนวทางประชารัฐ เปิดพื้นที่ทางสังคมอย่างกว้างขวางให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมคิดร่วมทำ เพื่อแปรเปลี่ยนเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะเร่งด่วนของรัฐบาล ให้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงในระยะยาว สมควรติดตามให้กำลังใจกันครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง