posttoday
แนะรัฐเปิดร้านริมถนน-ปั๊ม

แนะรัฐเปิดร้านริมถนน-ปั๊ม

07 ตุลาคม 2558

เอกชนแนะรัฐสร้างศูนย์ขายสินค้าริมถนนหลักและปั๊มดันยอดขายเอสเอ็มอีคึกคัก

เอกชนแนะรัฐสร้างศูนย์ขายสินค้าริมถนนหลักและปั๊มดันยอดขายเอสเอ็มอีคึกคัก

นายกฤษณ์ เชาว์บวร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า รัฐบาลควรที่จะสร้างศูนย์กระจายสินค้าริมถนนสายหลักมุ่งสู่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ ตลอดทั้งปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประมาณ 2.7 ล้านรายทั่วประเทศสามารถขายสินค้าคึกคักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นย่านที่ประชาชนผ่านไปมาจำนวนมาก

“อยากให้หลายสถานที่เปิดเป็นแหล่งศูนย์ขายสินค้า เช่นริมถนนสายเอเชีย ถนนมิตรภาพ และปั๊มน้ำมันต่างๆ ให้เป็นจุดขายสินค้าให้กับประชาชน เนื่องจากในแต่ละวันมีประชาชนเดินทางไปมาเป็นจำนวนมากจะทำให้สินค้าขายมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลและเอกชนน่าจะมีการพูดคุยกัน” นายกฤษณ์ กล่าว

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า นโยบายที่รัฐบาลกำหนดให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 0.1% ต่อปี ตลอดทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เข้าร่วมโครงการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการในอัตรา 4% ต่อปี ระยะเวลาให้สินเชื่อ 7 ปี วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสิน โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ถือเป็นโครงการเป็นนโยบายที่ดีที่สามารถจะขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขในการกู้ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยคึกคัก

ขณะที่โครงการ 5 ล้านบาท 1 ตำบล กับโครงการกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท จะเป็นการกระจายรายได้ที่ดี อย่างไรก็ตามประการสำคัญจะต้องว่าจ้างแรงงานในพื้นที่ และเกษตรกรในพื้นที่ให้ทั่วถึงก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากกลับมาคึกคักและเกิดกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น หลังจากเผชิญกับกำลังซื้อถดถอยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ

นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาลลงสู่ฐานรากจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคึกคักอย่างแน่นอน เนื่องจากแต่ละโครงการจะสามารถหมุนเวียนเม็ดเงินได้ถึง 6 รอบ อย่างโครงการ 1 แสนล้านบาท ก็จะแปรรูปเป็น 6 แสนล้านบาท เงินโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ก็จะกลายเป็นตำบลละ 30 ล้านบาท และกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท ก็จะกลายเป็นหมู่บ้านละ 6 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ต้องใช้งบประมาณได้อย่างมีคุณภาพ

ด้านแหล่งข่าวจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถาบันการเงินตลอดทั้งธนาคารพาณิชย์ได้มีนโยบายปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้กับธนาคารเพื่อป้องกันการเกิดเอ็นพีแอล โดยปรับเงื่อนไขเรื่องผ่อนชำระสินเชื่อประเภทต่างๆ และเวลาผ่อนชำระ เช่น สินเชื่อเงินกู้ที่ทำสัญญา เงินซื้อรถ ซื้อบ้าน เป็นต้น โดยหากผ่อนชำระกับธนาคารพาณิชย์ประมาณ 3 หมื่นบาท/เดือน ก็จะผ่อนผันให้ลดลงให้ผ่อนชำระเหลือครึ่งหนึ่ง หรือจำนวน 1 หมื่นบาท/เดือน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระหนี้ได้

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งภาคใต้ เปิดเผยอีกว่า กลยุทธ์ดังกล่าวสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ทดลองดำเนินการเป็นระยะเวลา 6 เดือน แล้วจะพิจารณาใหม่ว่าลูกหนี้มีความสามารถชำระหนี้เพียงใด หากเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีการต่ออายุใหม่อีก โดยจะมีการต่ออายุแต่ละครั้งประมาณ 6 เดือน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท