
"มีชัย"เผยกรรมการร่างรธน.มีเวลาทำงาน120วัน
"มีชัย" เผยมีเวลาทำงานแค่ 120 วัน แต่ยังคิดขอแก้รธน.ขยายเวลา ยันรับฟังความเห็นทุกฝ่าย ไม่มีความคิดปิดกั้น
"มีชัย" เผยมีเวลาทำงานแค่ 120 วัน แต่ยังคิดขอแก้รธน.ขยายเวลา ยันรับฟังความเห็นทุกฝ่าย ไม่มีความคิดปิดกั้น
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรับกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีจากนางวรารัตน์ อดิแพทย์ เลขาวุฒิสภา และผู้บริหารของสำนักงานวุฒิสภา ว่า สำหรับการประชุม กรธ.นัดแรกที่ประชุมก็จะมีการแบ่งงาน จัดสรรตำแหน่งต่างๆ และกำหนดกรอบทิศทางการทำงาน และวิธีการรับฟังความคิดเห็นเนื่องจากทางกรธ.มีเวลาในการทำงานเพียง 180 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 เม.ย. 59 และหากหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันเสาร์-อาทิตย์ การทำงานของกรธ.ก็จะเหลือประมาณ 120 วัน ดังนั้นในช่วงแรกจะประชุมทุกวันยกเว้นวันเสาร์- อาทิตย์ ซึ่งจะทำงานตลอดวันทั้ง เช้า กลางวัน เย็น และดึก
"ช่วงหลังอาจต้องประชุมทุกวัน เพราะระยะเวลา 120 วัน ยังไม่เพียงพอกับการทำงาน แต่ก็ต้องทำ และอย่าเพิ่งไปคิดว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อขายเวลาการทำงาน เมื่อเขากำหนดมาอย่างไรเราก็ต้องทำให้ได้ตามนั้นก่อน แต่หากไปถึงจุดนั้นแล้วเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากันต่อไป คือต้องตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่า กรธ.ต้องดำเนินการให้เสร็จตามกรอบเวลา"นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามว่า จุดใดที่คิดว่าจะทำให้ระยะเวลาการทำงานไม่พอ นายมีชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของการออกแบบประเทศ ถ้านั่งปุ๊บแล้วคิดออกก็ได้ แต่ถ้านั่งแล้วคิดไม่ออก ก็ต้องนั่งไปอีกหลายวันแล้วถึงจะคิดออก ซึ่งมันก็จะกินเวลา เพราะเมื่อทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็ต้องส่ง ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) คณะรัฐมนตรี(ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และประชาชนได้รับทราบ ซึ่งต้องใช้เวลา และต้องมีเวลาให้กรธ.ปรับปรุงแก้ไข ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เรา ต้องทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ แต่เราก็ต้องพยายาม
นายมีชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เบื้องต้นคงต้องมีการหารือกับที่ประชุม กรธ.ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่เท่าที่นึกออก ซึ่งยังไม่ทราบว่า ที่ประชุมจะเห็นด้วยหรือไม่ คือวิธีการเปิดฟรี ไม่มีกำหนดวัน ใคร กลุ่มใด แม้กระทั้งพรรคการเมือง อยากเสนอความคิดเห็นใดก็สามารถทำได้ทุกช่อทาง กรธ.ยินดีรับฟัง ทั้งนี้การรับฟังความคิดเห็นจะพบว่ามีการดำเนินการมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งเชื่อว่าแต่ละจุด แต่ละคนก็คงไม่แนวคิดของตัวเองอยู่ ดังนั้นไม่ต้องรีรอ นึกสิ่งใดได้ก็สามารถส่งมาได้เลย หากเห็นว่ามีประโยชน์
"ขนาดสองวันก่อน ยังมีคนเสนอสิ่งที่พิสดารมายังเว็บไซต์ มีชัย ไทยแลนด์ ฯ ซึ่งผมก็พร้อมรับฟัง ไม่ว่าความเห็นจะมาจากไหน ผมยินดีรับฟังและนำมาประกอบการพิจารณา เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็จะรวบรวม สมมุติหากเราทำเสร็จแล้ว แล้วมีคนเสนอไอเดียที่เจ๋งมากๆ เราก็อาจจะต้องรื้อใหม่ก็ได้ ไม่เป็นไร หากมีเวลา"นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดหรือยังว่าจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดมาประกอบการพิจารณา นายมีชัย กล่าวว่า ทางกรธ.ยังไม่ได้มีกาประชุม แต่เบื้องต้นต้องมีการหารือกันก่อน ตนจะไปตัดสินอะไรล่วงหน้าคนเดียวไม่ได้ ต้องรับฟังความเห็นของกรธ.ทุกคนก่อน
เมื่อถามอีกว่า กลุ่มเห็นต่างไม่มั่นใจในการทำงานของ กรธ. นายมีชัย กล่าวว่า ก็เป็นความทุกข์ของเขา หากเขามีสิ่งใดที่อยากเสนอก็เสนอมา แต่จะให้เราเป็นทุกข์ด้วย เราคงเป็นทุกข์ด้วยไม่ได้ เพราะเราไม่มีเวลาที่จะไปทุกข์ด้วย ส่วนว่าจุดใดจะเป็นเครื่องพิสูจน์ในการทำงานนั้น ตนก็ทำงานไปเรื่อยๆ ทำไมต้องไปพิสูจน์ เขาไม่ชอบก็ไม่ชอบ เราไปนั่งคุกเข่ากอกเขา ถ้าเขาไม่ชอบก็ไม่ชอบอยู่ดี หากเขามีสิ่งใดที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติก็บอกมา แต่อย่าให้วิธีว่า ถ้าเขาพูดแล้วตนต้องฟัง เพราะมันคือคำสั่ง
“พวกเราถามผมอยู่เรื่อยมาว่ามีใครสั่งหรือไม่ จนทุกวันนี้ยังไม่มีใครสั่ง ถ้ามีใครสั่ง ผมก็จะมาฟ้องพวกคุณ และขอให้สื่อช่วยเป็นพยาน ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ทางกรธ.พร้อมนำไปประกอบการพิจารณา ซึ่งเขาใจว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าเป็นความคิดที่ดี แล้วทุกคนเห็นด้วย ก็สามารถนำมาใช้ได้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็แปลว่าประชาธิปไตยมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ไม่ได้แปลว่าใครไม่เห็นด้วยกับเราแล้วคนนั้นจะเป็นคนเลว คิดแบบนั้นมันต้องเป็นฮิตเลอร์อย่างเดียว”นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามว่า จากความขัดแย้งที่ผ่านมาตั้งแต่พฤษภาทมิฬ จนถึงปัจจุบันจะร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้วิฤตอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ในมาตา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กับที่ คสช.กำหนดไว้ เราก็ต้องหาหนทาง สื่อเองก็ต้องมีส่วน ลองหยุดคิดยาวๆ ว่าสิ่งใดบ้าง ที่จะช่วยทำให้เกิดความสมานฉันท์ แล้วช่วยกันเสนอมา อย่างไรก็ตามตนไม่ค่อยลำบากใจกับการรับฟังความเห็นของบุคคลอื่นๆ ประชาธิปไตยสามารถเถียงกันได้ หากเถียงกันจนพอใจแล้ว ต่างคนก็ต่างไปทำหน้าที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการรับฟัง ตนพร้อมรับฟังทุกฝ่าย เพราะชอบฟังมากกว่าชอบพูด







