posttoday
เศรษฐกิจไทยแย่เกินคาด

เศรษฐกิจไทยแย่เกินคาด

06 ตุลาคม 2558

การปรับลดประมาณการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ได้ปรับลดตัวเลขจีดีพีมาเป็นระยะ ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งออกที่หดตัวอย่างรุนแรงเป็นหลัก

การปรับลดประมาณการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ได้ปรับลดตัวเลขจีดีพีมาเป็นระยะ ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งออกที่หดตัวอย่างรุนแรงเป็นหลัก

พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกของไทยหดตัวลงมากกว่าที่คาด โดยประเมินว่าจะติดลบถึง 4.9% จากเดิมมองว่าจะติดลบ 1.5% เนื่องจากราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลงกว่า 50% ส่วนบริโภคภาคเอกชนโตต่ำเพียง 1.4% การลงทุนภาคเอกชนยังติดลบ 2.2% มีเพียงกลไกภาครัฐที่ขับเคลื่อนได้ ทั้งการใช้จ่ายน่าจะเติบโต 3.7% และลงทุนภาครัฐโต 19.3%

อย่างไรก็ดี ได้ปรับมุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่ 1.5% ถึงสิ้นปี จากเดิมคาดว่าจะลดอีก 1 ครั้ง เพราะตลาดเงินตลาดทุนผันผวน มีความเสี่ยงทุนไหลออก ทำให้แนวโน้มค่าเงินบาทยังอ่อนค่า โดยสิ้นปีนี้มองไว้ที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศแม้ฟื้นตัวช้าแต่พื้นฐานยังดี ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินเป็นไปอย่างระมัดระวัง

"ตลาดค่อนข้างผันผวน แบงก์ชาติน่าจะเลือกดำเนินนโยบายการเงินเน้นปลอดภัย ไม่ลดดอกเบี้ยถ้าไม่จำเป็น ซึ่งเรามองว่าดอกเบี้ยจะคง 1.5% ไปจนถึงสิ้นปี 2559 หนุนเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้าและบาทอ่อนค่าชัดเจน ส่วนดอกเบี้ยสหรัฐไม่กระทบไทยโดยตรง แต่จะกระทบผ่านคู่ค้าอย่างจีน การส่งผ่านจะช้า" พชรพจน์ กล่าว

พชรพจน์ กล่าวว่า มุมมองเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ได้ปรับประมาณการขยายตัวลงจาก 3.3% เหลือ 3% โดยหัวรถจักรที่ขับเคลื่อนหลักยังคงเป็นการใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐ หลังจากที่รัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 แสนล้านบาท และเพิ่มงบลงทุนภาครัฐอีก 20% รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวน่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

ส่วนเครื่องจักรเศรษฐกิจอีก 3 ตัว มีแนวโน้มทรงตัว การบริโภคภาคเอกชนจะเติบโตเพียง 1.5% ถูกจำกัดจากหนี้ครัวเรือนและรายได้ภาคเกษตรที่ชะลอตัวตามราคาน้ำมัน การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 1.8% การส่งออกขยายตัว 2% ได้แรงหนุนจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง คาดการณ์เงินบาทสิ้นปี 2559 ไว้ที่ระดับ 37 บาท/เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี โดยขณะนี้ยอมรับว่าเอกชนไม่มีแรงจูงใจที่จะลงทุน เห็นได้จากดัชนีวัดการตัดสินใจลงทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้แก่ ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง 5-6 เดือน และกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง 7-8 เดือน แต่ขณะนี้ทั้งรายได้และกำไร บจ. ยังชะลอ สะท้อนว่าจะยังไม่เห็นการลงทุนภาคเอกชนเติบโตอย่างน้อยอีก 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรมีมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนเพื่อเสริมประสิทธิภาพมากกว่าเพื่อขยายกำลังผลิต โดยเฉพาะควรส่งเสริมการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักลดการพึ่งพาแรงงานหรือหาตลาดใหม่ เพื่อสร้างโอกาสให้กำไรเติบโตในอนาคต ซึ่งปัจจุบันไทยมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาเพียง 1-2% ของจีดีพีเท่านั้น

พชรพจน์ กล่าวว่า ต้องจับตา 2 ประเทศ คือ จีน และมาเลเซีย โดยจีนที่ปฏิรูปเศรษฐกิจเน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทำให้การลงทุนจีนที่เคยโตกว่า 20% เหลือเพียง 10% โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เคยโต 25% เหลือ 5% ทำให้นำเข้าสินค้าวัตถุดิบและโภคภัณฑ์จากไทยน้อยลง กระทบเป็นโดมิโน่ต่อสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา น้ำตาล ที่ราคาตกต่ำ

ขณะที่มาเลเซียสัมพันธ์กับไทยหลายด้าน ในแง่ค่าเงิน หากเงินริงกิตอ่อนค่าหนัก ฉุดความเชื่อมั่นทำให้ทุนไหลออกจากภูมิภาค กดดันเงินบาทอ่อนค่าลง โดยเงินบาทที่แข็งค่ากว่ามาเลเซียทุก 1% ทำให้มูลค่าส่งออกลดลง 2% นอกจากนี้ จีดีพีมาเลเซียที่ลดลงทุก 1% กระทบมูลค่าส่งออกไทย-มาเลเซีย ลดลง 5% และนักท่องเที่ยวมาเลเซียมาไทยลดลง 2%

ทั้งนี้ ต้องติดตามผลกระทบต้นทุนการเงินจากบาทอ่อน โดยผู้นำเข้าแนะนำให้ป้องกันความเสี่ยง ส่วนรัฐหรือเอกชนอาจมีต้นทุนระดมเงินแพงขึ้น จากปัจจุบันดอกเบี้ยตราสารหนี้ (Credit Default Swap : CDS) ปรับขึ้น 0.64% จากการที่เงินบาทอ่อนค่า 10.5% ตั้งแต่ต้นปี แต่คงขึ้นไม่มากเพราะพื้นฐานไทยแกร่ง เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 5.1% ของจีดีพี ทุนสำรองต่อหนี้ระยะสั้นอยู่ที่ 2.8 เท่า หนี้ต่างประเทศอยู่ระดับต่ำเพียง 33.9% ของจีดีพี

ทางด้าน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่ "A+(tha)" และปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ จากมีเสถียรภาพ

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สะท้อนถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่อ่อนแอ ซึ่งจะส่งผลให้ CPALL น่าจะต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดในการลดอัตราส่วนหนี้สินลงเพื่อให้สอดคล้องกับอันดับเครดิตในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท