
เบื้องหลังภาพถ่ายสุดซอฟท์ "บิ๊กตู่" บนเวทียูเอ็น
เปิดใจ "ธวัชชัย คุ้มคลองโยง" ช่างภาพผู้ติดตามนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา
เรื่อง...วรรณโชค ไชยสะอาด / ภาพ...ธวัชชัย คุ้มคลองโยง
ในวันที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างสูงต่อโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าคอนเทนต์ประเภท "ภาพถ่าย" นั้นถือว่าสำคัญและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะภาพของ"ผู้นำประเทศ"ด้วยแล้ว รอยยิ้มบางๆไปจนถึงคิ้วขมวดด้วยท่าทีเคร่งเครียดเพียงแวบเดียวก็อาจเป็นประเด็นใหญ่โตให้ผู้คนซุบซิบตีความได้ไม่รู้จบ
ล่าสุดภาพถ่ายที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางหนีไม่พ้น ภาพของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ขณะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งที่ 70 ที่สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะภาพที่กำลังจับมือกับผู้นำประเทศมหาอำนาจอย่างบารัก โอบามา ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์กล่าวขวัญถึงอย่างอื้ออึง
วันนี้ ธวัชชัย คุ้มคลองโยง นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ประจำสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะช่างภาพประจำตัวของนายกรัฐมนตรีที่ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ทุกฝีก้าว จะมาเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของภาพถ่ายที่ทำให้นายกฯตู่ดูนุ่มนวลและซอฟท์ขึ้นกว่าที่เคยเป็น...
ก่อนเดินทางไปประชุมครั้งนี้ มีการวางแผนถ่ายภาพนายกฯอย่างไร
ผมตั้งโจทย์ไว้เลยว่า อยากให้ภาพทริปนี้ออกมาสมูท นุ่มนวล สื่อไปในแนวทางสบายๆ ไม่เครียดหรือเป็นทางการจนเกินไป เพราะทริปนี้ต้องบอกว่าถูกจับตาจากสังคมเยอะมากๆ เป็นงานใหญ่ที่ท่านนายกฯต้องเจอกับผู้นำสูงสุดหลายประเทศ เราเลยอยากนำเสนอภาพการทำงาน การเจรจาของนายกฯในแนวทางที่ดูสมูทๆ สีภาพนุ่มๆ ให้คนเห็นว่าถึงเเม้จะเคร่งขรึมแต่ก็ดูแล้วสบายตา
มีจังหวะไหนที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ
ก็ต้องรอจังหวะหน่อย รอให้แบล็คกราวด์เหมาะสม ดูดี เลือกในจังหวะที่มีการพูดคุย จับมือ หรือแอ็คชั่นที่ดี เลือกมุมกล้องเอา โดยที่เราไม่ได้เซตฉากอะไร แค่รอจังหวะที่มันได้ เช่น มีผู้นำท่านอื่นเดินมาทักทายท่านนายกฯ หรือท่านนายกฯไปทักทายใคร ก็รอจังหวะที่ท่านจะจับมือ แต่ที่เน้นๆก็คืออยากให้ทุกคนเห็นรอยยิ้มของนายกฯ อยากให้รู้ว่านายกไม่ได้เคร่งขรึมอย่างเดียว แม้ตอนอยู่สหรัฐ นายกฯจะตั้งใจและละเอียดมากๆในการทำงาน งานนี้สังเกตว่าท่านค่อนข้างเป๊ะทั้งในเนื้อหาที่จะพูดและการวางตัว
ได้ยินว่ามีข้อจำกัดในการทำงานเยอะมาก
มีครับ เพราะเป็นงานประชุมใหญ่ที่มีผู้นำจากทั่วโลก ทำให้มีสื่อติดตามมากันเยอะมากๆ งานนี้ยูเอ็นและเจ้าภาพอย่างสหรัฐเลยค่อนข้างจะเข้มงวดและเป็นระเบียบมาก เวลาจะไปถ่ายที่ไหน จุดใด ต้องมีคนนำไป เดินเข้าออกตามทางที่เขาจัดให้ไว้ทั้งหมด มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด นำสุนัขตำรวจมาร่วมตรวจด้วย ขณะที่ของบางส่วนก็ห้ามนำเข้า ผู้นำหนึ่งคนมีตากล้องติดตามได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นช่วงของนายกฯ ประเทศตัวเองพูด เขาก็เปิดโอกาสให้เราถ่ายได้หลายจุด แต่ถ้าเป็นช่วงของชาติอื่นๆพูด ช่างภาพอย่างเราก็สามารถถ่ายได้ค่อนข้างจำกัด
กดดันไหมทำงานกับนายกฯ
ไม่เคยกดดันเลยนะ (ตอบเร็ว) ทำงานกับนายกฯสบายๆ นายกฯไม่เคยตั้งโจทย์หรือกดดันว่าต้องถ่ายแบบไหน อย่างไร หลายรูปเราถ่ายแล้วไม่ลง ท่านยังถามเลยว่า ถ่ายทำไม ถ่ายแล้วไม่ลง (หัวเราะ)
ช่างภาพประจำตัวของผู้นำแต่ละประเทศมีการทำงานแตกต่างกันไหม
ช่างภาพประจำตัวของผู้นำต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับภาพมาก แต่บ้านเรายังมองข้ามจุดนี้ไปบ้าง ยิ่งถ้าเทียบกับมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกาแล้วเห็นได้ชัดเลยว่า เขาให้ความสำคัญกับแอ็คชั่นของผู้นำที่ถูกสื่อสารออกมาผ่านภาพ แสง สี มุมกล้อง คือเขาเน้นมาก ถ่ายออกมาได้ในมุมมองที่เจ๋งและโดดเด่น ภาพที่ออกมาสวยงามนอกจากเพราะฝีมือเขาดีแล้ว ยังเป็นเพราะเขามีอิสระในการทำงานมากกว่าประเทศอื่นๆด้วย เท่าที่เห็นในการประชุมครั้งนี้ สหรัฐเก่งมากในการเลือกมุมมองในการถ่ายภาพ มีศิลปะ แต่ถ้าเป็นประเทศจีนจะเน้นตัวผู้นำเป็นสำคัญ ส่วนตัวอยากให้รัฐบาลทุกรัฐบาลเน้นการสื่อสารด้วยภาพมากขึ้น เพราะภาพนั้นเป็นการสื่อสารที่ดีไม่แพ้ตัวหนังสือ
ถ่ายภาพนายกฯมากี่รัฐบาลแล้ว
สามรัฐบาลแล้วครับ ตั้งแต่ อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนมาถึงนายกฯประยุทธ์ จันโอชา พี่มาร์คคือหล่ออยู่แล้ว ถ่ายมุมไหนก็หล่อ ภาพที่ประชาชนเห็นส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะวิชาการ ดูเคร่งขรึมหน่อย แต่จริงๆ แล้วเป็นแกเป็นคนยิ้มง่ายนะ นายกฯปูนี่ก็สวย ภาพที่เห็นได้เป็นประจำของท่านคือ นักธุรกิจหญิงที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนนายกฯประยุทธ์แรกๆ อาจจะเป็นภาพเคร่งขรึม เครียดๆ แต่หลังๆเราพยายามนำเสนอภาพที่ดูซอฟท์ๆขึ้นมาบ้าง จะว่าไปแล้วในการนำเสนอมันก็ยากทั้งสามคน เพราะหน้าตาของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับภารกิจที่ทำ ขึ้นอยู่กับบุคลิกส่วนตัว และสถานการณ์บ้านเมืองแต่ละช่วงเวลาด้วย ทั้งหมดที่ผ่านมานายกฯทั้งสามท่านไม่เคยมีใครมาตั้งโจทย์ให้เราทำนะ แต่สิ่งที่สัมผัสได้ก็คือ รัฐบาลนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับภาพมากขึ้น
ช่างภาพมีความสำคัญอย่างไรกับภาพลักษณ์ผู้นำประเทศ
มีความหมายมากๆ เราสามารถกำหนดได้ว่าจะนำเสนอตัวตน หรืออารมณ์คนๆนั้นในโอกาสไหน หลายครั้งภาพยังสามารถเปลี่ยนคนที่กำลังเครียดให้ไปอยู่ในมุมมองสบายๆได้ ภาพหนึ่งภาพที่มันออกมามันมีพลังเกิดจากองค์ประกอบหลายๆอย่าง ทั้งแสง เงา อารมณ์ บุคลิกของ และองค์ประกอบอื่นๆที่เราอยากให้มันเป็น เช่น บางทีท่านกำลังคุยอยู่กับแขกด้วยท่าทางซีเรียส แต่ถ้าเราอยากให้มันออกมาสบายๆ ก็หาจังหวะที่มีรอยยิ้มและเลือกมันออกมานำเสนอ เราก็มีสิทธิกำหนดทิศทางของสิ่งที่เราถ่ายทอดได้
ภาพโอบาม่าจับมือกับนายกฯประยุทธ์ที่กำลังถูกพูดถึงกันอยู่ขณะนี้
ไม่ได้ถ่ายเองครับ เป็นของพี่อีกคน มันไวมากแค่ประมาณ 3 วิ จังหวะที่โอบาม่าเดินลงมา แต่ยืนยันว่าไม่มีการเตี๊ยม จัดฉาก หรือเจรจาอะไรทั้งนั้น
อนาคตอยากฝากอะไรกับบทบาทหน้าที่ของช่างภาพติดตามนายกรัฐมนตรี
อยากให้ช่างภาพที่ติดตามผู้นำประเทศไม่ว่าจะยุคไหนเป็นอิสระมากกว่านี้ ได้รับความสำคัญ และยอมรับมากกว่าที่เป็น เพราะที่ผ่านมาคนมักมองข้าม มองแค่ว่ามันเป็นแค่ภาพๆเดียว ทั้งที่จริงแล้ว ภาพเหล่านี้สำคัญมาก มันสื่ออะไรได้หลายๆอย่าง สามารถบอกเล่าเรื่องราวที่นายกฯทำหรือสิ่งที่นายกฯเป็นได้







