
เครือข่ายคนจนบุกทำเนียบ วอน "บิ๊กตู่" แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย
"สลัม 4 ภาค - พีมูฟ" กว่า 2,000 คน บุกทำเนียบรณรงค์ "วันที่อยู่อาศัยโลก" ระบุชาวบ้าน 3.4 หมื่นคนทั่วประเทศ ถูกโครงการพัฒนารุกไล่จนไร้บ้าน-ไร้ที่ดินทำกิน
"สลัม 4 ภาค - พีมูฟ" กว่า 2,000 คน บุกทำเนียบรณรงค์ "วันที่อยู่อาศัยโลก" ระบุชาวบ้าน 3.4 หมื่นคนทั่วประเทศ ถูกโครงการพัฒนารุกไล่จนไร้บ้าน-ไร้ที่ดินทำกิน
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. คนจนเมืองที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัดและคนเร่ร่อนไร้บ้านทั่วประเทศ ในนามเครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับชาวบ้านจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) รวมกว่า 2,000 คน เดินทางมายังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก (วันจันทร์แรกของเดือน ต.ค.) พร้อมทั้งยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายบันคี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชติ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค เปิดเผยว่า จากการทำงานของเครือข่ายฯ พบว่ามีชุมชนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ถูกไล่รื้อ จำนวน 86 ชุมชน 8,100 ครอบครัว มีผู้ได้รับผลกระทบ 3.4 หมื่นคน โดยทั้งหมดเป็นผลมาจากโครงการพัฒนาต่างๆ อาทิ การก่อสร้างโครงสร้างขั้นพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง การขยายทางคู่ รวมถึงโครงการจัดการน้ำในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เริ่มใน 9 คลองหลัก และการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งส่งผลให้ชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทางรถไฟ ริมคลอง ถูกไล่รื้อและถูกแย่งชิงที่ดินไปพัฒนา ทำให้เกิดปัญหาคนไร้ที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ นโยบายของรัฐบาล อาทิ แผนแม่บทป่าไม้-ที่ดิน การให้สัมปทานขุดเจาะทำเหมืองแร่ การสร้างโรงไฟฟ้า ยังทำให้คนในชนบทต้องสูญเสียที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก
"ปัญหาดังกล่าวเป็นผลมาจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ ทำให้คนจนต้องประสบกับสภาวะไร้ที่อยู่อาศัย ครอบครัวและชุมชนต้องล่มสลาย โดยรัฐบาลไม่มีกลไกหรือมาตรการแก้ปัญหาที่ชัดเจน และนโยบายเหล่านั้นล้วนขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง" นายจำนงค์ กล่าว
สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายสลัม 4 ภาค และพีมูฟ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ด้านการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคง และอนุมัตนโยบายและงบประมาณสำรับพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเร่ร่อนไร้บ้าน รวมถึงอุดหนุนระบบสาธารณูปโภค ที่สำคัญคือตั้งกลไกคณะกรรมการแก้ปัญหาชุมชนที่ถูกไล่รื้อ ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ลดความรุนแรง และคลี่คลายปัญหาเบื้องต้น
2.ด้านการแก้ปัญหาที่ดินและรับรองสิทธิการถือครองอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยให้ตั้งคณะกรรมการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องจัดให้มีโฉนดชุมชนอย่างเร่งด่วน ทบทวนและปรับปรุงแผนแม่บทป่าไม้-ที่ดิน และให้เร่งรัดนำโครงการธนาคารที่ดินเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว
3.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม โดยให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการแทนตำแหน่งเดิม เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพและสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างแท้จริง







