
"นายกฯบอกมีความจำเป็น ผมไม่อาจปฏิเสธ"มีชัยเปิดใจนั่งประธานกรธ.
"มีชัย" เผยนายกฯย้ำมีความจำเป็นอย่างมากต้องการให้เข้ารับตำแหน่ง ไม่อาจปฏิเสธได้ ระบุร่างรธน.ต้องสอดคล้องสังคมไทยนมีกลไกปรองดองแก้ทุจริต
"มีชัย" เผยนายกฯย้ำมีความจำเป็นอย่างมากต้องการให้เข้ารับตำแหน่ง ไม่อาจปฏิเสธได้ ระบุร่างรธน.ต้องสอดคล้องสังคมไทยนมีกลไกปรองดองแก้ทุจริต
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) แถลงภายหลังที่ประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติแต่งตั้ง ว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มีโอกาสมาพบกับสื่อมวลชนอีกครั้ง เพราะได้ปฏิเสธและหลบหลีกกันเรื่อยมา และที่ก่อนหน้านี้ยังไม่พูดอะไร เนื่องจากกระบวนการขั้นตอนทั้งหลายยังไม่ยุติและยังไม่เป็นทางการ การออกมาพูดอะไรก็จะกลายเป็นการเดาสุ่มหรือทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นได้ ซึ่งเรื่องที่จะมาเรียนให้ทราบมีแค่ 2 เรื่อง คือ มีคนถามและสงสัยกันมากว่าจะรับหรือไม่รับ และหากรับรับด้วยเหตุผลอะไร เรื่องนี้อยากเรียนว่าเมื่อวันศุกร์ ที่ 2 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี ได้เชิญไปพบ ชวนมาทำงานในฐานะประธานร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้เรียนถามว่า มีความจำเป็นขนาดไหนที่ต้องให้มาทำ ซึ่งนายกฯก็ได้ตอบว่ามีความจำเป็นอย่างมาก ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้
"เมื่อนายกฯในฐานะผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด และเป็นผู้ที่เสี่ยงเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงไป ได้ยืนยันว่ามีความจำเป็น ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่สมควรจะไปซักไซร้ให้มากไปกว่านี้ ก็ต้องเชื่อในดุลพินิจของท่าน และในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามกำลังความสามารถ ผมจึงไม่อาจเห็นแก่ความสุขความสบายที่ชักจะเริ่มเคยตัว และไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้ ไม่เช่นนั้นจะได้ชื่อว่า เป็นพวกที่ไม่รู้จักทดแทนคุณของแผ่นดิน"นายมีชัยกล่าว
นายมีชัยกล่าวอีกว่า รู้อยู่ว่างานครั้งนี้ไม่ง่าย และมีอุปสรรคไม่น้อย แต่เมื่อนึกว่าทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในการทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ส่วนตัวก็ต้องทนและทำ และตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และเหตุที่จะต้องรอถึงวันนี้ จนมาเปิดเผยเพราะมีขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะแต่งตั้งคือ คสช. จึงต้องรอคสช. ซึ่งนายกฯก็ดี ได้ทำตามพิธีการ เมื่อมีการประชุมนายกฯก็ถามอีกครั้งหนึ่งว่า รับได้หรือไม่ ซึ่งก็ได้เรียนกับนายกฯ ว่าตกลงรับได้
"อีกประเด็นที่มีคนสงสัยหรือคาดเดาต่างๆนานาว่า ในที่สุดผมก็จะไม่เป็นตัวของตัวเอง และคงต้องร่างไปตามที่มีผู้สั่ง จึงขอเรียนตามตรงว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญไม่มีใครสามารถร่างตามใจปราถนาของตัวเองได้ อย่างที่จะเรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ได้ร่างเก็บไว้ใช้ที่บ้าน แต่เป็นการร่างเพื่อไปใช้กับคนทั้งประเทศ"นายมีชัยกล่าว
นายมีชัยกล่าวว่า ต้องมีกรอบในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยกรอบอันแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ กรอบที่กำหนดไว้ตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่บังคับว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องร่างให้ครบถ้วนจึงต้องทำตามนั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ กรอบที่ 2 คือ คสช. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจรัฐถาธิปัตย์และมีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง จึงต้องถามไถ่คสช.ว่ามีกรอบหรือความคิดอย่างไร
ทั้งนี้ กรอบการร่างรัฐธรรมนูญ ตามความมุ่งหมายของคสช. มี 5 ประการคือ
1.ให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับนับถือของสากล และในขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศไทยและคนไทย
2.ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้
3.ให้มีมาตรการป้องกัน ไม่ให้การเมืองใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง โดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชน เพื่อสร้างความชอบธรรมโดยไม่ได้มุ่งหมายให้ประชาชนอยู่ดีกินดีในระยะยาว จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง และเกิดวิกฤตที่หาทางออกไม่ได้
4.มีแนวทางขจัดการทุจริต และประพฤติมิชอบอย่างได้ผล
5.สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในอันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และร่วมกันรับรู้และรับผิดชอบต่อความเจริญ และการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม
นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับการคัดเลือกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 20 คนนั้น คสช.และรัฐบาลได้ร่วมกันพิจารณาและให้ดู ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีเพียงบางคนที่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีคนอื่นมาแทน เพื่อให้ได้องค์ประกอบที่ครบถ้วน ซึ่งทางรัฐบาลและคสช.ก็ไม่ได้ขัดข้อง และได้มีการเปลี่ยนแปลงให้
"คนที่ถูกเปลี่ยนแปลงออกไปไม่ใช่ว่าเขาไม่ดี แต่อาจจะเป็นองค์ประกอบที่ซับซ้อนกันมากเกินไป ส่วนจะมีการนำรัฐธรรมนูญฉบับเดิมมาปรับแก้หรือพิจาณาใหม่หรือไม่นั้น คงต้องมีการปรึกษากับกรธ. ทั้ง 20 ท่านก่อนเพราะหากผมตัดสินใจไปก็จะกลายเป็นการผูกมัด เพราะแต่ละคนคงมีแนวคิดแตกต่างกันไป"นายมีชัยกล่าว
นายมีชัย กล่าวอีกว่า จะเริ่มประชุม กรธ. นัดแรกในวันที่ 6 ต.ค. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา และจะต้องประชุมกันทุกวัน เพราะมีระยะเวลาสั้นมาก เพราะไม่ใช่คิดและร่างอย่างเดียว แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนแนวทางที่จะทำให้เป็นที่ยอมรับของคนส่วนรวมนั้น คิดว่ากรธ. คงต้องระดมความคิดเห็นทั้งในส่วนของกรรมการเองและที่ปรึกษา รวมทั้งผู้ที่จะไประดมความเห็นมา ซึ่งต้องทำตุ๊กตาขึ้นมาก่อนว่าจะเป็นแบบใด แล้วก็หาทางที่จะรับฟังว่าคนอื่นคิดกันอย่างไร
ส่วนข้อเสนอการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดอง(คปป.) นั้น ขณะนี้ยังมองอะไรมากไม่ได้เพราะต้องคุยกันก่อนกับกรธ.ทั้งหมด
"การร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะแตกต่างกับครั้งก่อนๆอย่างไรนั้น ผมมองว่าแนวคิดและความคิดของประชาชนเปลี่ยนไปมาก ที่สำคัญคือ ช่องทางการสื่อสารระหว่างกันของประชาชนก็พัฒนาไปมาก จนกระทั่งความคิดหลั่งไหลพรั่งพรูมาได้ในหลายรูปแบบและหลายวิธีการ เพราะฉะนั้นจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจคนทุกคนคงยาก ปัญหาความยากจึงอยู่ที่ว่าทำอย่างไรให้ประเทศเดินไปได้และพอรับกันได้ในทุกฝ่าย จึงเป็นความยากกว่าที่เคยทำในอดีต"นายมีชัยกล่าว
นายมีชัย กล่าวว่า ส่วนการทำประชามตินั้น คิดว่ายังคงต้องมี เพราะว่า กรธ.เมื่อร่างเสร็จไม่มีองค์กรใดมารองรับ อย่างครั้งที่ผ่านมายังมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มาโหวตว่าจะรับหรือไม่ แต่ครั้งนี้ตัดหางปล่อยวัดเลย และถ้าหากเอามาใช้ก็ไม่รู้นะเกิดอะไรขึ้น ตนจึงคิดว่าการประชามติจึงเป็นของจำเป็นเพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะต่อไปนี้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งปวงมันจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและการที่จะให้คนปฏิบัติตามได้นั้นเขาต้องรับรู้และคนส่วนใหญ่ต้องเห็นดีเห็นงามด้วย จึงจะทำได้
ขณะที่เกณฑ์ในการนับคะแนน คงต้องใช้คะแนนของคนที่มาออกเสียง ใครไม่มาออกเสียงก็ถือว่าสละสิทธิ์ และในกรรมการทั่วไปเขาก็ใช้คะแนนของคนที่มาออกเสียงและบางส่วนที่ไม่มาหรือไม่กล้อออกเสียงที่ตนเรียกว่าโมฆะบุรุษ จึงนับคนเหล่านี้ไม่ได้ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้แล้วเสร็จก่อน 6 เดือนหรือไม่นั้น หากทำจริงๆจะต้องเสร็จก่อน เพราะต้องนำไปสอบถามความคิดเห็นและนำกลับมาแก้ จึงน่าห่วงว่าจะทำให้ระยะเวลาในการทำงานนั้นน้อยลง
"บางคนมองว่าผมเป็นคนรุ่นเก่า บังเอิญผมเป็นคนรุ่นเก่าที่ค่อนข้างทันสมัย และคนรุ่นไหนก็ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ว่าเปิดใจกว้างรับฟังคนอื่นหรือไม่ บางคนบางคนดูเหมือนรุ่นใหม่ ดูเหมือนเป็นประชาธิปไตย แต่ใครมีความเห็นแย้งกับเขาหน่อย จะถูกด่าจนเสียคน แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น ใครจะบอกอะไรก็ได้ ผมก็เอากลับไปคิด ถ้าคิดว่าดีก็เอาไปทำ ถ้าคิดว่ามันไม่ดี มีช่องว่าง มีจุดร้าย เราก็ทิ้งไป การฟังคนอื่นเสนอแนะไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นเรื่องดี การพูดมากๆเสียอีกที่ไม่ดี"นายมีชัย กล่าว
นายมีชัยกล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจทุกคนคงยาก แต่ทำอย่างไรให้ประเทศเดินไปได้ และพอจะสามารถยอมรับกันได้ทุกฝ่ายนั้น ถือเป็นความยากของการร่างรัฐธรรมนูญในยุคนี้มากกว่าการร่างรัฐธรรมนูญในอดีต เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการทำประชามติก่อนเพื่อฟังความเห็นจากประชาชนก่อนที่จะนำมาใช้จริง
""การทำประชามติยังจำเป็น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ ต่อไปนี้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งปวงต้องปฏิบัติตามเคร่งครัด การจะให้เขาปฏิบัติตามได้นั้น เขาจะต้องรับรู้ก่อนและเห็นดีเห็นงามด้วยถึงจะทำได้ ซึ่งประชามติ คงต้องใช้คะแนนของคนที่มาออกเสียง ใครไม่มาออกเสียงจะถือว่าสละสิทธิ์"นายมีชัย กล่าว







