
สภากทม.ผ่านร่างงบรายจ่าย 4.6 หมื่นล้าน
สภากทม.ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายปี 54 รวม 4.6 หมื่นล้าน ย้ำต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทุ้งโครงการจัดซื้อคอมพ์โรงเรียนอืด แนะตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการยักษ์ก่อนเสียค่าโง่
สภากทม.ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายปี 54 รวม 4.6 หมื่นล้าน ย้ำต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทุ้งโครงการจัดซื้อคอมพ์โรงเรียนอืด แนะตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการยักษ์ก่อนเสียค่าโง่
นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 4) ประจำปี 2553 มีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ตามที่คณะกรรมการวิสามัญ 43 คน ได้พิจารณากลั่นกรองและนำเสนอต่อที่ประชุมสภา กทม.เพื่อขอความเห็นชอบแล้ว
ที่ประชุมสภา กทม.ได้ร่วมกันอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงแนวทางในการดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานควรใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดและพัฒนาให้ กทม.เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน
นายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร สก.เขตจอมทอง กล่าวว่า โครงการเช่าระบบและพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ของสำนักการศึกษา มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ค่อนข้างล่าช้า ทำให้โครงการไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งผู้บริหารไม่มีการดำเนินงานตามนโยบายอย่างจริงจัง ทั้งที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อเยาวชนและนักเรียนเพื่อนำไปใช้เพื่อศึกษาหาความรู้ ดังนั้นจึงควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สก.เขตห้วยขวาง กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.ควรวางแผนการก่อสร้างและปรับปรุงโรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้ง 435 โรงเรียนอย่างเป็นระบบ รวมถึงควรยกฐานะของกลุ่มงานบริการสถานศึกษา ฝ่ายช่าง ให้มีฐานะเป็นกองช่างและบริการสถานศึกษา หากไม่ดำเนินการเห็นควรยุบฝ่ายช่างและโอนงานให้สำนักงานเขตหรือสำนักโยธาดำเนินการแทน รวมทั้งควรจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งหน่วยงานควรนำงบประมาณไปใช้อย่างรอบคอบและต้องเกิดประโยชน์มากที่สุด
นอกจากนี้ คณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายฯ ที่มีนายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา สก.เขตบางรัก เป็นประธาน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของ กทม.ว่า ในการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่มีวงเงินสูงและมีวิธีการทางเทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาจไม่มีความรู้อย่างเพียงพอ ดังนั้น ควรตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาถึงผลดีผลเสีย รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบคอบก่อนลงนามในสัญญา เพื่อมิให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อ กทม.
ด้านนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.มีความตั้งใจในการดำเนินโครงการตามนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งในโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ ซึ่งยังเกิดอุปสรรคมีความล่าช้าในการหาผู้รับจ้าง ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเร่งรัดโครงการดังกล่าวแล้ว
ขณะที่นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า คณะผู้บริหาร กทม. พร้อมจะนำงบประมาณที่ได้รับการเห็นชอบจากสภา กทม.ไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน







