posttoday
สภากทม.ผ่านร่างงบรายจ่าย 4.6 หมื่นล้าน

สภากทม.ผ่านร่างงบรายจ่าย 4.6 หมื่นล้าน

15 กรกฎาคม 2553

สภากทม.ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายปี 54 รวม 4.6 หมื่นล้าน ย้ำต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทุ้งโครงการจัดซื้อคอมพ์โรงเรียนอืด แนะตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการยักษ์ก่อนเสียค่าโง่

สภากทม.ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายปี 54 รวม 4.6 หมื่นล้าน ย้ำต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทุ้งโครงการจัดซื้อคอมพ์โรงเรียนอืด แนะตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการยักษ์ก่อนเสียค่าโง่

นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 4) ประจำปี 2553 มีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ตามที่คณะกรรมการวิสามัญ 43 คน ได้พิจารณากลั่นกรองและนำเสนอต่อที่ประชุมสภา กทม.เพื่อขอความเห็นชอบแล้ว

ที่ประชุมสภา กทม.ได้ร่วมกันอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงแนวทางในการดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณ  4.6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานควรใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดและพัฒนาให้ กทม.เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน

นายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร สก.เขตจอมทอง กล่าวว่า โครงการเช่าระบบและพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ของสำนักการศึกษา มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ค่อนข้างล่าช้า ทำให้โครงการไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งผู้บริหารไม่มีการดำเนินงานตามนโยบายอย่างจริงจัง ทั้งที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อเยาวชนและนักเรียนเพื่อนำไปใช้เพื่อศึกษาหาความรู้ ดังนั้นจึงควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สก.เขตห้วยขวาง กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.ควรวางแผนการก่อสร้างและปรับปรุงโรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้ง 435 โรงเรียนอย่างเป็นระบบ รวมถึงควรยกฐานะของกลุ่มงานบริการสถานศึกษา ฝ่ายช่าง ให้มีฐานะเป็นกองช่างและบริการสถานศึกษา หากไม่ดำเนินการเห็นควรยุบฝ่ายช่างและโอนงานให้สำนักงานเขตหรือสำนักโยธาดำเนินการแทน รวมทั้งควรจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งหน่วยงานควรนำงบประมาณไปใช้อย่างรอบคอบและต้องเกิดประโยชน์มากที่สุด

นอกจากนี้ คณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายฯ ที่มีนายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา สก.เขตบางรัก เป็นประธาน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของ กทม.ว่า ในการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่มีวงเงินสูงและมีวิธีการทางเทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาจไม่มีความรู้อย่างเพียงพอ ดังนั้น ควรตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาถึงผลดีผลเสีย รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบคอบก่อนลงนามในสัญญา เพื่อมิให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อ กทม.

ด้านนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.มีความตั้งใจในการดำเนินโครงการตามนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งในโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ ซึ่งยังเกิดอุปสรรคมีความล่าช้าในการหาผู้รับจ้าง ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเร่งรัดโครงการดังกล่าวแล้ว

ขณะที่นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า คณะผู้บริหาร กทม. พร้อมจะนำงบประมาณที่ได้รับการเห็นชอบจากสภา กทม.ไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง