posttoday
หมากล้อมแนวร่วม

หมากล้อมแนวร่วม

04 ตุลาคม 2558

ตอนที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ไปเยือนสหรัฐ ได้ชักภาพจับมือกับ เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

ตอนที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ไปเยือนสหรัฐ ได้ชักภาพจับมือกับ เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่เป็นมาสเตอร์ไมด์ในการเปิดสัมพันธ์พญามังกร-พญาอินทรีเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ภาพนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องหนึ่งได้ว่า นั่นคือคนจีนไม่ได้ชิงชังสหรัฐถึงขนาดจะฆ่าจะแกงทุกทีที่มีปัญหา และเหมาเจ๋อตงก็น่าจะเป็นพวกนิยมอเมริกันอยู่ลึกๆ

วิธีคิดของเหมาเจ๋อตงเป็นอย่างนี้ จีนต้องมองศัตรูใกล้คือ ญี่ปุ่น อินเดีย และรัสเซีย กลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับจีนมาโดยตลอด ญี่ปุ่นนั้นเป็นแค้นฝังหุ่นตั้งแต่สมัยสงครามโลก อินเดียมีปัญหาชายแดนที่ไม่มีวันจบสิ้น และรัสเซียเป็นจำพวกที่ไว้ใจได้ยาก แต่ต้องคบกันไปเพื่อถ่วงดุลทางการทูต

เหมาเจ๋อตงบอกว่าจะสู้กับศัตรูใกล้ต้องใช้วิธีของบรรพบุรุษ คือต้องไปสร้างแนวร่วมที่ไกลตัวออกไปเพื่อให้โอบล้อมเข้ามา วิธีนี้เป็นยุทธศิลป์สร้างพันธมิตรแนวดิ่งแนวนอนสมัยจ้านกว๋อ ต้องใช้พวกสำนักวิชาทูตประสานผลประโยชน์ เกลี้ยกล่อมให้มิตรไกลช่วยล้อมศัตรูใกล้

มิตรไกลของเหมาเจ๋อตงคือสหรัฐ ที่ดึงเข้ามาช่วยยันโซเวียต เพราะฝ่ายนั้นต้องการสร้างแนวร่วมป้องกันเอเชีย คล้ายๆ สนธิสัญญาวอร์ซอ แต่จีนสงสัยว่าไอ้เจ้าแนวร่วมนี้มันไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันเอเชียจากอเมริกัน แต่เพื่อล้อมจีนเสียมากกว่าโดยมีรัสเซียเป็นหมากตาหลักให้เวียดนาม ซึ่งเป็นลูกหม้อคอยเป็นหมากไล่บี้

ตอนนั้นโลกสังคมนิยมดูเหมือนสามัคคี แต่จริงๆ มีรอยร้าว หะแรกจีนช่วยเวียดนามถล่มสหรัฐ แต่หลังจากสะบั้นรักกับโซเวียต ไม่นานจีนหันไปถล่มเวียดนามเสียเอง และยังเจรจาเพื่อเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศอีกครั้งโดยมี คิสซิงเจอร์ อุตส่าห์แอบเข้ามาคุยถึงจีน หลังจากนั้นเหมือนเปิดก๊อกนานาประเทศแห่กันมาคบหาจีน รวมถึงไทยด้วย

ตอนนี้ภาพคล้ายกับเมื่อหลายทศวรรษก่อน อินเดียกับรัสเซียจีนดึงมาเป็นพวกแล้วไม่มีปัญหา ส่วนญี่ปุ่นเพิ่งผ่านกฎหมายให้ทหารไปรบต่างประเทศได้ จีนยิ่งมองญี่ปุ่นเป็นภัยคุกคาม ส่วนเวียดนามกำลังหาแนวร่วมสู้จีนที่มาฮุบเกาะทะเลจีนใต้ ถึงขนาดไปคบหาศัตรูเก่าอย่างสหรัฐ 2 ประเทศนี้ท่าทางจะคุยกันลำบาก ยังมีฟิลิปปินส์อีกประเทศที่พยายามล็อบบี้ให้อาเซียนช่วยกันถล่มจีน แต่เสียงแตก

น่าสงสัยว่า จีนต้องการยืนยันกับสหรัฐว่าเราไม่ใช่ภัยคุกคามกันและกัน และในสภาพเศรษฐกิจโลกอย่างนี้อย่ามาแลกหมัดกันเลย ค้าขายกันจะดีกว่า ส่วนประเทศในเครืออำนาจที่ฮึ่มๆ กันก็ช่วยปรามๆ แล้วแก้ไขไปทีละเปลาะน่าจะเข้าท่า

ยุทธศาสตร์การค้านำการรบนี่สำคัญมาก เหมาเจ๋อตงก็เคยเปรยไว้ก่อนจะคบอเมริกันจริงๆ จังๆ ว่า ลูกหม้อสำคัญของอเมริกาคือเกาหลีใต้ คนเกาหลีนั้นชอบกินเผ็ด ส่วนจีนก็ผลิตพริกได้มากมายมหาศาล หากเลิกเผชิญหน้ากันได้จะได้ช่วยกันค้าขาย ฝ่ายหนึ่งกินพริกฝ่ายหนึ่งค้าพริกต่างก็วินวิน และการค้าพริกของจีนกับเกาหลีใต้เป็นแผนหนึ่งในการเขยิบเข้าไปหาสหรัฐเมื่อ 40 กว่าก่อนด้วย

ตอนนี้ปรากฏว่า จีนคบเกาหลีใต้แนบแน่นกว่าเกาหลีเหนือทั้งทางการค้าและวัฒนธรรมป๊อป จน คิมจองอึน ไม่กล้ามาร่วมงานฉลอง 70 ปี สิ้นสุดสงครามโลกที่ปักกิ่ง

เหมาเจ๋อตงไม่ได้หวังว่าความสัมพันธ์จีนกับสหรัฐจะราบรื่น และยังยืนยันทฤษฎีสังคมนิยมที่มองเห็นจุดจบของระบอบทุนนิยมในท้ายที่สุด แต่เขาหวังว่าผู้นำจีนรุ่นหลังๆ จะช่วยแก้ไขปัญหาที่ยังคาใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท