posttoday
มุ่งมั่น-อดทนปลดล็อกชีวิต มนุษย์เงินเดือนสู่นักลงทุน

มุ่งมั่น-อดทนปลดล็อกชีวิต มนุษย์เงินเดือนสู่นักลงทุน

04 ตุลาคม 2558

หนึ่งในสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนใฝ่ฝัน คงหนีไม่พ้น “มีเงินเก็บเยอะๆ เพื่อเกษียณตัวเองก่อนอายุ 50-60 ปี”

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หนึ่งในสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนใฝ่ฝัน คงหนีไม่พ้น “มีเงินเก็บเยอะๆ เพื่อเกษียณตัวเองก่อนอายุ 50-60 ปี” แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำตามความฝันเหล่านี้ให้สำเร็จ

ป้อม-ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา ผู้ปลุกปั้นเว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นและชุมชนนักลงทุนหุ้น “สต็อคทูมอร์โรว์” (Stock2morow) และเจ้าของพ็อกเกตบุ๊ก “พันล้านสร้างเองได้” เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ก้าวตามฝันของตัวเองได้สำเร็จ จนสามารถปลดล็อกจากความเป็นมนุษย์เงินเดือนก้าวสู่นักลงทุนและเจ้าของธุรกิจเต็มตัว พร้อมกับวางแผนท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกในแต่ละปี จนตัวเขาเองให้นิยามตัวเองว่า “อาชีพผมคือนักท่องเที่ยว ส่วนงานที่ทำอยู่เป็นเพียงแพสชั่น”

แต่กว่าจะมีได้ทุกวันนี้ เขาก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ พร้อมกับต้องมีความมุ่งมั่นและอดทนที่จะทำให้สำเร็จ โดยเขาเล่าว่า จริงๆ จบด้านวิศวกรเครื่องกลมา ซึ่งอาจจะโชคดีที่จบในช่วงที่วิศวกรขาดแคลนมาก จบแล้วได้ทำงานเลย ความตั้งใจแรก จะไปสมัครงานที่บริษัทหนึ่งที่อยู่ตึกซีพี ทาวเวอร์ แต่เพื่อนชวนให้ไปที่ตึกธนิยะด้วยกัน ปรากฏว่าวันที่ไปสมัคร ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างของญี่ปุ่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคลอยู่ นัดสัมภาษณ์วันศุกร์ วันจันทร์ให้เริ่มทำงานเลย ก็ทำงานเป็นวิศวกรก่อสร้างประมาณ 8 ปี ตอนนั้นได้ดูแลงานก่อสร้างศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้วก็ต่อด้วยอาคารไทยวา บริเวณถนนสาทร

ช่วงเวลานั้นทำงานหนักมาก กินนอนในคอนเทนเนอร์ ไม่ได้หยุดเลย ไม่ได้ไปไหน เรียกว่าชีวิตมีแต่งาน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทางบริษัทก็ส่งตัวไปดูงานที่ญี่ปุ่น 6 เดือน ชีวิตเปลี่ยนเลย เหมือนเป็นช่วงเบรกครั้งใหญ่ เพราะทำงานจันทร์-ศุกร์ มีเวลาแน่นอน เข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น มีเวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ไปท่องเที่ยว ได้ไปดูโน่นดูนี่ เริ่มรู้สึกชอบการเดินทาง เริ่มเกิดแรงบันดาลใจว่า ชีวิตการทำงานต้องสมดุล ต้องได้ท่องเที่ยว ออกไปดูโลกกว้าง เพื่อได้มุมมองใหม่ๆ ให้กับชีวิต เริ่มค้นหาตัวเอง รู้สึกว่าทำหนักมาก เริ่มวางแผนให้ชีวิต

แต่พอกลับมาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก ยังกลับมาดูแลงานด้านก่อสร้างตึกไทยวาต่อ จนประมาณก่อนปี 2540 ได้สัก 1 ปี เวลานั้นประเทศไทยอู้ฟู่มาก มีบริษัทจากอเมริกา ทีไอ เท็กซัส เตรียมสร้างครีนรูมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแถวๆ สุวินทวงศ์ ปรากฏว่าพอปี 2540 ประเทศไทยประสบวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โครงการนี้ล่ม ในมุมคนเป็นวิศวะ อีโก้แรง ต้องการชื่อเสียงสร้างผลงานที่ดูแล พอโครงการนี้ไม่สร้าง ก็ผิดหวัง และรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นวิศวกรสายโรงงานไปแล้ว ก็ถูกผลักไปทำสายโรงงานที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ทำงานอยู่ที่นั่นประมาณ 2 ปี รวมๆ กับชีวิตทำงานประจำก็ 9 ปี เริ่มคิดว่าจะร่อนเร่ต่อไปแบบนี้หรือควรหาประสบการณ์ที่อื่นดี ในที่สุดก็ตัดสินใจขอลาออก แต่พอแจ้งลาออก หัวหน้างานก็บอกว่ามีอีกตำแหน่งที่เป็นฝ่ายจัดซื้อ เพราะบริษัทเปลี่ยนนโยบายอยากให้มีวิศวกรไปอยู่ทีมจัดซื้อ เพื่อดูแลเรื่องสเปกวัสดุ

ป้อม ปิยพันธ์ เล่าต่อว่า เลยยังไม่ลาออก แต่ย้ายไปทำงานฝ่ายจัดซื้อ ถือว่าเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย ต้องมานั่งทำงานประจำอยู่ออฟฟิศที่สีลม เวลานั้นเหมือนความทรงจำช่วงอยู่ญี่ปุ่นเริ่มกลับมา เริ่มนึกถึงเป้าหมายตอนอยู่ญี่ปุ่นที่อยากรีไทร์ก่อนอายุ 55 ปี แต่พอมาคิดว่าลำพังมนุษย์เงินเดือน คงยากจะถึงเป้าหมาย ต้องหาอะไรทำควบคู่ไปกับการทำงาน ทำให้เงินงอกเงย โดยที่งานประจำก็ยังทำได้ดี

นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการลงทุนหุ้น จากคนที่ไม่เคยลงทุนในตลาดหุ้น เริ่มมีพอร์ต เริ่มทดลองลงทุน ลองผิด ลองถูก ตอนแรกๆ เน้นหุ้นปั่น มีได้กำไร แล้วก็มีเจ๊งเลย แต่ด้วยความที่ทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทญี่ปุ่น ทำให้มีหลักในการคิด ต้องชนะให้ได้ เมื่อทำไม่สำเร็จ ต้องวิเคราะห์ว่ามีปัญหาอะไรสักอย่าง คิดตามเหตุผลว่า ถ้าทำงานประจำไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอตลอด ไม่เหมาะกับการลงทุนหุ้นแบบหวังเก็งกำไรระยะสั้น หลังจากนั้นเปลี่ยนแนวเลย ทำการบ้านอย่างหนัก ศึกษาหาหุ้นที่ราคาถูก แต่อีกไม่นานน่าจะมีข่าวดี ซื้อแต่หุ้นที่มีศักยภาพ พอร์ตก็ค่อยๆ พลิกฟื้น ทำกำไรให้เป็นกอบเป็นกำภายใน 2-3 เดือน ต่อมาก็ศึกษาต่อเนื่องและเลือกซื้อหุ้นที่ศึกษา ซื้อดักหน้าคนอื่น

ก่อนมาทำสต็อคทูมอร์โรว์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลางวันทำงานบริษัท กลางคืนศึกษาเรื่องหุ้น พอศึกษามากขึ้น ลงลึกไปก็รู้สึกว่าน่าจะถ่ายทอดวิธีการลงทุนแบบนี้ให้กับคนอื่น ก็เริ่มหาที่ปล่อยของ ตอนนั้นยังไม่มีเฟซบุ๊ก ก็หาที่โพสต์ เริ่มมีคนติดตาม แต่มีคนรัก ก็มีคนเกลียด แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากสิ่งที่เขียนไป

ตอนนั้นก็รู้สึกว่าทำไปเพื่ออะไร เริ่มตั้งคำถามทำไมเว็บบอร์ดไม่ดูแลคนที่ให้ข้อมูลดีๆ เลย ก็เริ่มคิดว่า ถ้าสังคมไม่มี ก็สร้างขึ้นมาเอง ก็เป็นที่มาของการหันมาทำเว็บหุ้น สต็อคทูมอร์โรว์ในแบบสังคมคนที่รู้เรื่องหุ้น แบ่งปันกัน เป็นคนมีคุณภาพ ไม่ใช่หลบๆ ซ่อนๆ แล้วเป็นสังคมที่ต้องนัดเจอกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

การแตกไลน์มาทำอะไรเป็นของตัวเอง ในขณะที่ยังทำงานประจำ สิ่งสำคัญคือ ต้องบริหารเวลาให้เป็น งานประจำต้องไม่เสีย ลงทุนหุ้นก็เติบโต เว็บไซต์ก็มีคนติดตามมากขึ้น คนที่มีอุดมการณ์เหมือนกันคุยกันเอง ส่วนตัวเองก็มีหน้าที่อัพเดทข่าวสรุปสถานการณ์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจบตอนเช้า ตอนเที่ยงก็สรุปว่า เช้าเกิดอะไรบ้าง ตอนกลางคืนก็เริ่มถ่ายทอดวิธีการลงทุน เรียกว่าอัพเดทเช้า กลางวัน
กลางคืน

“ใครว่าเวลาซื้อไม่ได้ ตอนนั้นผมซื้อเวลาด้วยการซื้อคอนโดที่สีลม 5 นาทีเดินถึงออฟฟิศ ทำให้เราสามารถบริหารเวลาให้มีประโยชน์สูงสุดได้ ตอนเช้าอัพเดท กลางวันแทนที่จะเสียเวลามารอกันกินข้าว เที่ยงปั๊บ กดลิฟต์ เดินกลับคอนโดมาอัพเดทข่าวสารตอนเที่ยง พอบ่ายก็เดินกลับไปทำงาน พอเลิกงานก็ติดตามข่าวสาร แล้วก็มาสรุป ถ่ายทอดวิธีการลงทุน อัพเดทข่าวสารต่างๆ” ปิยพันธ์ เล่า

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนปี 2551 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก เพราะตอนนั้นเกิดวิกฤตการเงินในยุโรปและอเมริกา หุ้นไทยตกจาก 900 จุด เหลือ 380 จุด ซึ่งช่วงนั้นมีความมั่นใจในการลงทุนมาก จึงมองว่าเป็นโอกาสเข้าถึงหุ้นดีๆ ที่ตอนปกติเอื้อมไม่ถึง ตอนนั้นจึงเอาทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเดินไปถอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เก็บเงินมา 18 ปี มาลงทุน มุมมองตอนนั้นมองว่า ถ้าซื้อแล้วไม่ขึ้นอีก 3-4 ปี ก็ไม่เดือดร้อน เพราะยังเป็นพนักงานประจำอยู่ แต่ถ้ามันขึ้นมา ชีวิตก็เปลี่ยนเลย

ปรากฏว่าผ่านไปแค่ปีเดียว ตอนปี 2552 หุ้นไทยทะยานขึ้น เป็น 400 จุด จนถึง 800 จุด ตอนนั้นทำกำไรกว่า 500% คิดเลยว่าเพียงพอแล้ว ตอนนั้นทำงานประจำมา 19 ปีแล้ว และสนุกกับการทำสต็อคทูมอร์โรว์มาก เลยขอลาออก ชีวิตหลังจากลาออกจากการเป็นพนักงานประจำ ก็อยากใช้ชีวิตแบบที่เรียกว่าสโลว์ไลฟ์ ตื่นสายๆ เที่ยงช็อปปิ้ง บ่ายเดินห้าง ดูหนัง มีความสุขมาก แต่ในความเป็นจริง ก็ทำแบบนี้ได้แค่ 2-3 เดือน ปรากฏว่ารู้สึกว่าไม่ใช่ เริ่มไม่สนุก เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมาย จากเดิมมีคนเข้ามาติดต่อคุยงาน หรือต้องบินไปต่างประเทศเรื่องงาน หายไปเลย ก็เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน

ตอนนั้นสต็อคทูมอร์โรว์อายุ 4-5 ปี เลยคิดว่าจะทำให้ใหญ่ขึ้น คิดเรื่องทำสำนักพิมพ์ พอดีกับมีโอกาสได้เจอ แพท-ภาววิทย์ กลิ่นประทุม พอได้คุยกัน ก็รู้สึกว่าเขาแนวคิดดี เลยลองชวนว่า ถ้าแพทสามารถเขียนหรือรวบรวมสิ่งที่เคยเขียนเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นมาให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์ ก็จะทำพ็อกเกตบุ๊กและจะไปเปิดตัวในงานมิตติ้งของสต็อคทูมอร์โรว์ที่จะมีขึ้นที่พัทยา ซึ่งพอแพทตอบตกลง ก็ลุยเลย นั่นเป็นหนังสือเล่มแรกของสำนักพิมพ์สต็อคทูมอร์โรว์

จากวันนั้นถึงวันนี้ ปัจจุบันสต็อคทูมอร์โรว์ อายุ 10 ปีแล้ว ส่วนสำนักพิมพ์อายุ 5 ขวบ มีหนังสือออกมาประมาณ 50 เล่ม เน้นแนวลงทุน ส่วนสำนักพิมพ์ยูทูมอร์โรว์ เน้นแนวแรงบันดาลใจ แนวพัฒนาตัวเอง ซึ่งไม่ใช่แค่ขายหนังสือ แต่สร้างให้คนเขียนเป็นไอดอลของคนอ่านด้วย มีคอร์สสัมนาการลงทุน มีอีเวนต์ ล่าสุดมีเว็บไซต์เกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พร็อพทูมอร์โรว์ (prop2morrow)

จากเรื่องราวของบิ๊กบอสสต็อคทูมอร์โรว์ สะท้อนให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการเดินตามฝันให้สำเร็จ นั่นคือ ต้องเริ่มต้นทำอย่างมุ่งมั่นและอดทน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท