
สัปดาห์หน้ามีประเด็น
ประเด็นที่จะต้องจับตาในรอบสัปดาห์หน้า หนีไม่พ้นเรื่องการแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน
ประเด็นที่จะต้องจับตาในรอบสัปดาห์หน้า หนีไม่พ้นเรื่องการแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน ที่จะครบกำหนดเส้นตายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องเคาะรายชื่อทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 5 ต.ค.นี้ ซึ่งจะต้องดูว่าสุดท้าย มีชัย ฤชุพันธุ์ จะตอบรับมานั่งเป็นประธาน กรธ.หรือไม่
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามรายชื่อในส่วนของ กรธ.อีก 20 ตำแหน่งที่เหลือว่าจะมีใครมารับไม้ต่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บ้าง เช่นเดียวกับการแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อจากนี้ ซึ่งทั้ังหมดจะต้องเลือกให้เสร็จภายในวันที่ 5 ต.ค.
สำหรับความคืบหน้าในคดีระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์นั้น เวลานี้ยังต้องให้น้ำหนักไปที่การล่าตัว “อ๊อด พยุงวงศ์” ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มั่นใจว่าจะติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ ซึ่งหากจับตัวได้จะทำให้คดีนี้มีความชัดเจนมากขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับปมการเมืองหรือไม่
อีกด้านหนึ่งยังต้องติดตาม “ซูแบร์ อับดุลลาห์” ชายเสื้อฟ้าที่นำระเบิดไปวางที่ท่าน้ำสาทร ที่เชื่อว่าเคลื่อนไหวกบดานบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยได้ประสานไปยังประเทศมาเลเซียอีกทางหนึ่ง
ด้านเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า มีธนาคารใหญ่ 2 แห่ง แถลงมุมมองและภาพรวมเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เริ่มจากวันที่ 5 ต.ค. ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดแถลง มุมมองภาพรวมเศรษฐกิจ ไตรมาส 4 ปี 2558 รวมถึงแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปี 2559 และปัจจัยเสี่ยงในเรื่องเงินทุนเคลื่อน โดย ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค
จากนั้น วันที่ 6 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แถลงข่าว “เศรษฐกิจโค้งสุดท้าย ปี 2558” โดย ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย







