posttoday
ใช้งบให้คุ้ม

ใช้งบให้คุ้ม

04 ตุลาคม 2558

มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในสัปดาห์หน้านี้

มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในสัปดาห์หน้านี้ ที่คาดกันว่าจะใช้ 2 มาตรการ คือ 1.ปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนลงจากเดิม 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมินของทางราชการ และ 2.ลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองลงจากเดิม 1% เหลือ 0.01% ของมูลค่าที่จำนอง หรือจำนวนเงินที่กู้ทั้งหมด โดยจะใช้มาตรการแค่ 3-6 เดือน

จากเงื่อนไขกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลจะอนุมัติดังกล่าว คาดจะทำให้รัฐสูญรายได้จากการลดค่าธรรมเนียมทั้งสองอย่างรวมกันประมาณ 3% หรือคิดแบบคร่าวๆ ตามการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารช่วงสองปีที่ผ่านมา จะเฉลี่ยปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ไตรมาสละ 1-1.4 แสนล้านบาท หากรัฐบาลจะอนุมัติให้ใช้มาตรการ 3-6 เดือน จะทำให้รัฐเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมทั้งสองรวมประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท

ด้วยงบประมาณที่จะเสียไปจากการใช้มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า เป็นการใช้งบที่คุ้มค่า ถูกจังหวะ รวมทั้งเกาได้ถูกที่คันหรือไม่ บนสภาพแวดล้อม บนโจทย์ทางเศรษฐกิจในช่วงนี้

ถึงแม้ว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์คล้ายๆ กับมาตรการที่รัฐบาลจะออกมา เคยใช้ได้ผลมาแล้วในรัฐบาลก่อนๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าอสังหาริมทรัพย์จะเป็นเสมือนหัวจักรในการกระตุ้นให้การบริโภคอื่นๆ ตามมาทั้งซัพพลายเชน โดยเมื่อมีการซื้อที่อยู่อาศัย จะต้องบริโภคเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องครัว การบริโภคดังกล่าวมีการประมาณการกันว่าจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจไปอีก 2.9 เท่าของเงินที่ปล่อยกู้

อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป การที่อสังหาริมทรัพย์ขายได้ช้าลง เพราะยอดปฏิเสธการให้กู้จากธนาคารมากขึ้น เนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในอัตราสูง รายได้ในอนาคตที่ไม่แน่นอน หากธนาคารไม่เข้มข้นในการปล่อยกู้ สุดท้ายธนาคารก็อาจจะมีปัญหาจากหนี้เสียที่เกิดขึ้นเอง แม้การปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยจะมีหลักประกันเป็นสินทรัพย์ที่มากพอ รวมทั้งหากการใช้มาตรการกำหนดเงื่อนไขที่อยู่อาศัย ที่จะได้รับสิทธิจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เงื่อนไขนี้ก็จะยิ่งทำให้การปฏิเสธปล่อยกู้มีปัญหามากขึ้น เพราะกำลังซื้อคนระดับล่างยังไม่ฟื้นตัว

นอกจากนี้ ตามมาตรการ หากใช้เพียง 3-6 เดือน โดยรัฐบาลหวังจะเร่งให้เกิดการบริโภค เงื่อนไขดังกล่าวอาจจะได้แค่กลุ่มผู้ที่กำลังจะซื้อที่อยู่อาศัยอยู่แล้วให้เร่งตัดสินใจซื้อ หรือเป็นแค่ช่วยระบายสต๊อกบ้านให้ผู้ประกอบการ ส่วนผู้ที่ยังไม่พร้อม ยังไม่มีเงินดาวน์ หรือกลุ่มกำลังซื้อใหม่ กลุ่มนี้จะตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นใน 3-6 เดือน ค่อนข้างน้อย เห็นได้จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์คล้ายๆ กันที่ผ่านมา จะใช้ยาวเป็น 1 ปี หากได้ผลหรือยังต้องการกระตุ้นต่อ ก็จะต่ออีก 1 ปี

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลคิดและออกมาตรการให้ตรงกับปัญหา จะได้ใช้งบให้คุ้มกับที่เสียไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท