
สร้างสนามฟุตซอลยาง นำร่อง300แห่งภาคใต้
ศอ.บต.นำร่องสร้างสนามฟุตซอลยางพารา 300 แห่งชายแดนใต้ แต่ละสนามใช้ยาง 3,000-4,000 กก.
ศอ.บต.นำร่องสร้างสนามฟุตซอลยางพารา 300 แห่งชายแดนใต้ แต่ละสนามใช้ยาง 3,000-4,000 กก.
นายประยูรสิทธิ์ คณานุรักษ์ คณะกรรมการสภาการยางแห่งประเทศไทย (สกยท.) เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) วางโครงการดำเนินการสร้างสนามกีฬาฟุตซอลยางพารา 1 สนาม 1 ตำบล จำนวน 300 แห่ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะสร้างปีละ 50 สนาม นำร่องพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา จำนวน 150 สนาม คาดจะแล้วเสร็จในปี 2561 โดยในแต่ละสนามจะใช้ยางพาราประมาณ 3,000-4,000 กิโลกรัม (กก.)
ทั้งนี้ โครงการสร้างสนามกีฬาฟุตซอลนำร่องครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำยางพารามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าใช้ในเชิงพาณิชย์ ตลอดทั้งยังจะช่วยเหลือชาวสวนยางพาราแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ระดับหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้ รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวสวนยางภาคภาคใต้ทั้งระบบ
นายประยูรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สหกรณ์ สกย.อุตสาหกรรมยางปัตตานี (2015) เป็นผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์ยางหลากหลายชนิด มีกำลังการผลิตยางรมควันประมาณ 4,000 กก. เนื่องจากเป็นสหกรณ์ใหม่ มีสมาชิกประมาณ 500 ราย แต่กำลังรับสมัครสมาชิกและกำลังการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจากการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จะทำให้ผู้ขายน้ำยางสดในกลุ่มสมาชิกมีรายได้ที่ดีขึ้นมาก หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 100 เท่า
สำหรับจังหวัดอื่นๆ จะสามารถดำเนินการสร้างสนามกีฬาฟุตซอลได้เช่นเดียวกับชายแดนภาคใต้ แต่จะต้องแก้ไขเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหากได้ดำเนินการสร้างสนามกีฬาฟุตซอลเช่นนี้ไปทั่วประเทศ จะทำให้ปะเทศไทยใช้ยางพาราภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมใช้ประมาณ 12% เป็น 15-20% ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มมากขึ้น ราคาก็จะขยับตามไปด้วย







