
เบรกสมศ.ประเมินคุณภาพการศึกษารอบ4หวั่นขัดกม.
รมช.ศธ. ให้ "สมศ." ทบทวนการประเมินคุณภาพการศึกษารอบ 4 อ้างขัด พ.ร.บ.การศึกษา สร้างความขัดแย้ง
รมช.ศธ. ให้ "สมศ." ทบทวนการประเมินคุณภาพการศึกษารอบ 4 อ้างขัด พ.ร.บ.การศึกษา สร้างความขัดแย้ง
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ได้เสนอให้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ทบทวนการประเมิน คุณภาพการศึกษาภายนอกรอบ 4 รูปแบบออนไลน์ใน 22 จังหวัด และสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินรอบสาม ซึ่งจะเริ่มใน ม.ค. ปี 2559 เนื่องจากเห็น ว่า รูปแบบการประเมินดังกล่าว ไม่ตรงกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 ว่าด้วยเรื่องมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา
นอกจากนี้ ยังถือว่า ไม่ตรงมาตรา 47 ที่ระบุให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก ซึ่งระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงของศธ.ว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า หมวด 3 การประกันคุณภาพภายนอก ข้อ 17 กำหนดให้คำนึงถึงจุดหมายและหลักการดังนี้ 1.เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งข้อนี้พบว่าคุณภาพยังไม่ดีขึ้น 2.ยึดหลักความเที่ยงตรง เป็นธรรม และโปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็นจริงและมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ โดยข้อนี้ มีคำถามว่าที่ผ่านมาเที่ยงตรงแล้วหรือยัง 3.สร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุ่งหมายและหลักการศึกษาของชาติ โดยให้มีเอกภาพเชิงนโยบาย ซึ่งสถานศึกษาสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เต็มตามศักยภาพของสถานศึกษาและผู้เรียน สำหรับข้อนี้พบว่า ยังไม่มีเอกภาพ เพราะศธ. มีนโยบายลดภาระครู แต่การประเมินของสมศ. ที่ผ่านมายังใช้เวลาค่อนข้างมาก และ4.ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกันสถานศึกษาในการพัฒนารับบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ซึ่งข้อนี้พบว่ายังไม่ส่งเสริมเพราะไม่เห็นด้วยกับตัวบ่งชี้ต่างๆ อยู่
อย่างไรก็ดี กรณีที่ สมศ.ประกาศหลักเกณฑ์การประเมินดังกล่าว จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและครูมีความกังวลใจ รวมถึงจนถึงขณะนี้ สมศ.ก็ยังไม่ได้เสนอหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้ ศธ. จึงพิจารณา จึงเท่ากับว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าว ยังไม่ผ่านความเห็นของของรมว.ศธ.ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฯ ซึ่งควรจะต้องมีการแก้ไขกฎกระทรวงฯในเรื่องตัวบ่งชี้และหลักเกณฑ์การประเมิน เพื่อให้เกิดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันก่อน
"ศธ.ไม่มีอำนาจไปสั่งให้ สมศ.ชลอหรือระงับการประเมิน เพราะสมศ.อยู่ในกำกับการดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี แต่โรงเรียนและนักเรียนอยู่ในความกำกับความดูแลของศธ.ดังนั้นในกรณีนี้ สมศ.ควรจะไปพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป" นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ศ.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ.ได้ระบุระหว่างการแถลงข่าว ว่าได้นำเรื่องการประเมิน รอบ 4 หารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการประเมินรอบ 4 ตามกรอบเวลาเดิมที่กำหนดไว้แล้ว







