
ต่างชาติให้ความสนใจไทยแก้ปัญหาประเทศ
การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐ ที่เปิดฉากตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้ประมุขของรัฐ หัวหน้ารัฐบาล หรือตัวแทนของผู้นำประเทศ นำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการพัฒนาที่สำคัญของโลก และประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสนใจ ถือเป็นการแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ของสมาชิก (ยูเอ็น)
การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐ ที่เปิดฉากตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้ประมุขของรัฐ หัวหน้ารัฐบาล หรือตัวแทนของผู้นำประเทศ นำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการพัฒนาที่สำคัญของโลก และประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสนใจ ถือเป็นการแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ของสมาชิก (ยูเอ็น)
ในโอกาสนี้เอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ได้นำเสนอแนวทางของไทยเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเพื่อปกป้องหลักสิทธิมนุษยชนของพลเมืองในประเทศ
“ไทยได้ให้ความสำคัญต่อการปกป้องและสนับสนุนหลักสิทธิมนุษยชนสำหรับประชาชนทุกกลุ่มมาโดยตลอด ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เน้นพัฒนาประเทศเพื่อสร้างสังคมที่เคารพความเป็นมนุษย์ ยอมรับความเท่าเทียม และพร้อมให้ความร่วมมือกับโลกในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมยูเอ็น เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุด้วยว่า ทางการไทยกำลังดำเนินการเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะส่งเสริมให้ประเทศพัฒนาขึ้นอย่างแข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งในด้านความมั่นคง ความสำเร็จ และความยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการปูทางไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในอนาคต
ด้าน บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความเป็นกังวลต่อประเด็นพื้นที่ความเป็นประชาธิปไตยที่หดตัวลงในไทย และเน้นย้ำถึงความสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพในการพูดและการชุมนุมในประเทศ
ในขณะเดียวกัน ชาร์ลส์ ซานติอาโก ประธานสภาสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เอพีเอชอาร์) ได้เรียกร้องให้ยูเอ็นและรัฐบาลชาติต่างๆ กดดันให้ผู้นำของไทยหยุดกระทำการใดๆ ก็ตามที่อาจละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และเร่งนำประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว
นอกเหนือจากประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมยูเอ็นไทยยังได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานกลุ่ม จี77 ในปี 2559 ซึ่งเป็นความร่วมมือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมเศรษฐกิจผลประโยชน์และสร้างขีดความสามารถในการเจรจาต่อรองของประเทศสมาชิก
หนังสือพิมพ์ไชน่า ไทมส์ ในไต้หวัน เปิดเผยว่า การที่ไทยได้รับเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม จี77 ในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งทางการทูตไทย เนื่องจากกลุ่ม จี77 ประกอบด้วยประเทศกำลังพัฒนาเป็นสมาชิกทั้งหมด 134 ประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา เอเชียแปซิฟิก ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ส่งผลให้มีความหลากหลายและซับซ้อนมาก โดยประเด็นหลักในความร่วมมือดังกล่าว คือการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงทัศนะต่อกรณีดังกล่าวว่า สาเหตุที่ไทยได้รับเลือกให้เป็นประธานกลุ่มเป็นผลมาจากการที่ไทยประสบผลสำเร็จในการขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ลดลง แก้ไขปัญหาความยากจน และการฟื้นฟูพัฒนาประเทศ
ทว่า ไทยกำลังเผชิญกับสภาพทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และการส่งออกที่หดตัวลง
อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมประชุมยูเอ็นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการชี้แจงแนวทางการพัฒนาของไทย เพื่อความเข้าใจต่อยูเอ็นและรัฐบาลต่างชาติ







