
ปลดล็อกประมูล 4จี เร็วขึ้น ผลบวกในทุกมิติ
เป็นที่น่ายินดี ถึงกำหนดเวลา “ปลดล็อก” จากคำสั่งให้ระงับการประมูลคลื่นความถี่ระบบ 4จี ของ คสช. อันจะยังผลให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถดำเนินการเปิดประมูล 4จี ให้รวดเร็วยิ่งขึ้นตามเป้าหมาย ดังที่สาธารณชนผู้รับบริการหวังและรอคอยมาช้านาน
เป็นที่น่ายินดี ถึงกำหนดเวลา “ปลดล็อก” จากคำสั่งให้ระงับการประมูลคลื่นความถี่ระบบ 4จี ของ คสช. อันจะยังผลให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถดำเนินการเปิดประมูล 4จี ให้รวดเร็วยิ่งขึ้นตามเป้าหมาย ดังที่สาธารณชนผู้รับบริการหวังและรอคอยมาช้านาน
ทั้งนี้ ผลจากการประมูล 4จี ในครั้งนี้ ทาง กสทช.จะดำเนินการประมูลทั้งสิ้น 2 ย่านความถี่ด้วยกัน ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 2 ใบอนุญาต ขนาดใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ กำหนดเปิดประมูลในวันที่ 11 พ.ย.นี้ และคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 2 ใบอนุญาต ขนาดใบอนุญาตละ 10 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่ง กสทช. กำลังพิจารณาเปลี่ยนแปลงวันประมูลให้เร็วขึ้นจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้วันที่ 15 ธ.ค. 2558
จะเห็นได้ว่าหากการประมูลดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตามเป้าหมายที่ กสทช.กำหนดไว้ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย กสทช. บัญญัติให้ยึดหลักการคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของรัฐและสาธารณชนเป็นที่ตั้ง
การนี้จึงประเมินผลล่วงหน้าได้ว่า รัฐจะเกิดรายได้เป็นเงินเข้าระบบการสร้างเงินหมุนเวียนในระบบลงทุนและการจ้างงานถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเป็นผลดีขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลโดยปริยาย
ส่วนสาธารณชนผู้ใช้บริการจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมองเห็นใด้ชัด กล่าวคือ จะเกิดโทรศัพท์มือถือชนิดใหม่ทันสมัยเพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ราคาถูกลง มีแอพพลิเคชั่นใช้งานหลากหลายขึ้น คนไทยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น โดยเฉพาะที่สำคัญคือทำให้ค่าบริการ 3จี/4จี จะถูกลงไปอีก ทั้งนี้คงยังจำกันได้ว่าก่อนหน้านี้ค่าโทรศัพท์มือถือนาทีละ 3-5 บาท พอเกิดระบบ 3จี ทุกคนได้ใช้โทรศัพท์กันไม่ถึง 70 สตางค์/นาที และทว่าพอมีระบบ 4จี เกิดขึ้น กลไกตลาดจะทำให้ค่าบริการลดลงไปอีกอย่างแน่นอน!
นอกจากนี้ ระบบ 4จี ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ รวดเร็วขึ้นจาก 3จี ที่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้ในความเร็วสูงสุด 42 เมกะบิต แต่ 4จี จะสามารถให้ความเร็วสูงสุดถึง 100 เมกะบิต หรือมากกว่านั้น การเกิด 4จี ในประเทศไทย นอกจากจะอำนวยประโยชน์แก่สาธารณชนในทางเทคโนโลยีอันทันสมัยแล้ว ยังสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ เพราะหลังจากการประมูล 4จี สำเร็จลุล่วงจะเกิดการลงทุนใหม่ อาทิ การขยายโครงข่าย 4จี ย่อมจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ ยังผลให้เศรษฐกิจในประเทศมีสภาพคล่องมากขึ้น และจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาคไปถึงระดับรายย่อยโดยอัตโนมัติ ถ้ามองย้อนไปในอดีตจะเห็นได้ว่าแม้เศรษฐกิจของประเทศจะสวิงตัวเพียงใดก็ตาม แต่สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแล้วจะปรากฏว่ากลับมีเสถียรภาพมากขึ้น เป็นต้น
ฉะนั้น ในการที่ กสทช.เร่งดำเนินการจัดประมูลในครั้งนี้ นอกจากเป็นการสนองตอบความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการให้สมหวังในการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงมากขึ้นแล้ว ยังมีผลต่อการเสริมสร้างศักยภาพความพร้อมของนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งหวังไว้ว่าในอนาคตจะสามารถเติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลในปัจจุบันอย่างตรงเป้าหมายอีกด้วย
ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการประมูล 4จี ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเร่งให้บรรลุเป้าหมายอย่างจริงจัง เพราะได้เล็งเห็นประโยชน์สูงสุดทั้งของรัฐและราษฎร์ โดยการดำเนินการให้ผู้สนใจเข้าประมูล 4จี ทั้งสองคลื่นความถี่มายื่นซองเอกสารแล้วเข้าประมูล ซึ่ง กสทช.จะเดินหน้ากระบวนการทั้งหมดตามกรอบระยะเวลาที่ตั้งใจให้จงได้ ซึ่งเชื่อว่าภายหลังจากการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวเรียบร้อย กสทช.จะสามารถให้ใบอนุญาตซึ่งใช้งานอย่างเป็นทางการได้ในเดือน พ.ย.นี้ และจะสามารถเปิดให้บริการจริงได้ ก็น่าจะเป็นช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 2559
ฐากร ได้กล่าวเสริมต่อไปว่า ประโยชน์ในทางอ้อมของ 4จี คือ รัฐจะได้เงินจากการประมูลตามที่กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า เงินรายได้จากการประมูลต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด จึงคาดว่าด้วยราคาตั้งต้นการประมูลคลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ใบอนุญาตละ 15.912 ล้านบาท ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ใบอนุญาตละ 11.260 ล้านบาท จะสามารถส่งเงินเข้ารัฐเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในโครงการต่างๆ ได้ราว 7 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการวางโครงข่ายให้บริการของผู้รับใบอนุญาต หากอ้างอิงจาก 3จี จึงเชื่อว่า 4จี ทั้ง 4 ใบอนุญาตจะสามารถช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบจากการลงทุน ซึ่งอุปกรณ์และการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาทเป็นแน่แท้
จากการพบกับ รศ.ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม อดีตอาจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความเห็นว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันในประเทศไทยมีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงยังผลให้อุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมที่มีความจำเป็นต้องใช้คลื่นความถี่ในฐานะเป็นทรัพยากรของชาติที่มีจำกัดอย่างยิ่งยวดสำหรับการเข้าถึงการใช้งานในระบบไร้สายทุกประเภท
ดังนั้น การเร่งเวลาให้เกิดระบบ 4จี เพื่อให้เกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอันทันสมัยทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างรีบด่วน การที่ กสทช.เร่งดำเนินการจัดประมูล 4จี ในเวลาอันเหมาะสมนี้ จึงสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐ อันจะเกิดประโยชน์ทั้งรัฐและราษฎร์อย่างทันการณ์
ผู้เขียนมีความเชื่อว่า การปลดล็อกเร่งประมูล 4จี ให้เร็วขึ้น จะเกิดผลบวกในทุกมิติอย่างแน่นอน จึงอยากจะฝากถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรของชาติที่สร้างรายได้อย่างมหาศาลต่อชาติบ้านเมือง พึงต้องร่วมมือร่วมใจกันช่วยหาวิธีพัฒนาทรัพยากร (คลื่นความถี่) อันมีค่าดังกล่าวนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยเร็วที่สุด พร้อมกับขอฝากข้อคิดเห็นถึงกระบวนการของผู้ที่มีความเห็นต่าง ประสงค์จะคัดค้านการประมูลโดยมีเป้าหมายจ้องล้มล้างการประมูลในครั้งนี้ทั้งหลาย
จงได้ “ฉุกคิด” และคำนึงถึงผลดี-ผลร้ายอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพึงนึกถึงผลบวก-ลบที่มีต่อชาติ ซึ่งกำลังเร่งขับเคลื่อนเพื่อเดินไปข้างหน้า ตลอดจนสิทธิอันพึงมีพึงได้ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามนัยกฎหมายในการสถาปนาองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553
ก็เพื่อการมอบหมายหน้าที่ให้ กสทช.มีอำนาจ-บทบาทในการกำกับดูแล “คลื่นความถี่” อันเป็นทรัพยากรทรงคุณค่าของรัฐและประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย กสทช.นั่นเอง
การหาเหตุคัดค้านหรือจ้องล้มการประมูล 4จี ให้ล่าช้า จึงมิได้เป็นผลดีแก่ฝ่ายใด...มิใช่หรือ?!







