
สั่งทุกตำบลได้เงินเต็ม5ล้าน
ครม.มีมติแก้ไขให้ทุกตำบลต้องได้ครบ 5 ล้าน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สตง.ตั้งทีมตรวจเข้ม
ครม.มีมติแก้ไขให้ทุกตำบลต้องได้ครบ 5 ล้าน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สตง.ตั้งทีมตรวจเข้ม
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีมติให้ปรับปรุงแก้ไขการจัดสรรงบในโครงการตำบลละ 5 ล้านบาทใหม่ หลังจากที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ยกขึ้นมาหารือ โดยที่ประชุม ครม. มีข้อสรุปว่า โครงการนี้ตั้งงบไว้ 36,275 ล้านบาท สำหรับ 7,255 ตำบล จึงต้องทำให้ทุกตำบลได้วงเงินครบเต็ม 5 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มีเม็ดเงินลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจระดับตำบลอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ครม.ไม่ให้มีการนำเอาวงเงินของโครงการมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจน 6,541 ล้านบาท และโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในการจัดหาเครื่องจักรด้านเกษตรกรรม 490 ล้านบาท ที่แต่ละตำบลได้จัดสรรมารวมอยู่ในงบตำบลละ 5 ล้านบาท แต่หากมีการเสนอโครงการเข้ามาซ้ำซ้อนกันจะต้องถูกพับออกไป โดยให้สำนักงบประมาณเป็นผู้ตรวจสอบการทับซ้อนของโครงการที่เสนอเข้ามา
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ล่าสุดทุกตำบลได้เสนอโครงการเข้ามาครบทั้ง 7,255 ตำบลแล้ว มีโครงการที่ทับซ้อนกับ 2 โครงการก่อนหน้านี้ 500 ล้านบาท จึงจะตัดโครงการที่ทับซ้อนออกและได้ขยายระยะเวลาการยื่นโครงการออกไปจากสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. เป็นวันที่ 15 ต.ค. 2558 หลังจากนี้จะไม่มีการยืดอีกแล้ว
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ได้ออกคำสั่งให้ สตง.ระดับจังหวัดทั่วประเทศเกาะติดการเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.36 แสนล้านบาท แยกเป็นโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท 3.62 หมื่นล้านบาท โครงการกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ 4 หมื่นล้านบาท โดยต้องดูว่ากระจายเงินไปยังคนกลุ่มต่างๆ หรือไม่ ต้องไม่ผูกขาดที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์เท่านั้น







