
หั่นการค้าโลกปีนี้เหลือ2.8%
ดับเบิ้ลยูทีโอ ปรับลดแนวโน้มการค้าโลก จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันและแรงซื้อจากจีนร่วง
ดับเบิ้ลยูทีโอ ปรับลดแนวโน้มการค้าโลก จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันและแรงซื้อจากจีนร่วง
องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของการค้าโลกในปี 2015 ลงมาอยู่ที่ 2.8% จากการประเมินครั้งก่อนซึ่งอยู่ที่ 3.3% ถือว่าปรับลดลงมาถึง 0.5% และถือเป็นการคาดการณ์การเติบโตที่ต่ำกว่า 3% ติดต่อกันเป็นปีที่ 4
ปัจจัยการปรับลดการเติบโตของการค้าโลกในครั้งนี้มีขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงลงทั่วโลก และแรงซื้อที่ชะลอตัวจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่อย่างเช่นประเทศจีน
นักเศรษฐศาสตร์ของดับเบิ้ลยูทีโอยังปรับลดการคาดการณ์การค้าโลกของปีหน้าลงมาอยู่ที่ 3.9% อีกด้วย โดยเป็นการปรับลดลงจาก 4% เมื่อเดือน เม.ย.
นอกจากนี้ เอเชียยังเป็นภูมิภาคที่ได้รับการปรับลดการคาดการณ์มากที่สุด โดยถูกปรับลดจาก 5% เหลือ 3.1% โดยให้เหตุผลว่าการค้าภายในภูมิภาคที่ซบเซาตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
ขณะที่การนำเข้าของกลุ่มละตินอเมริกาอ่อนแอกว่าการเปิดเผยรายงานครั้งก่อน โดยหดตัวอยู่ที่ -5.6% จากเดิมที่ -0.5% โดยปัจจัยหลักๆ เกิดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจบราซิลที่เผชิญกับวิกฤตงบประมาณ และการชะลอตัวของราคาสินค้าส่งออก รวมไปถึงกรณีทุจริตเปโตรบรา
ดับเบิ้ลยูทีโอชี้ว่า การเติบโตของการค้าโลกอาจจะชะลอตัวมากกว่าในปัจจุบัน หากการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังคงซบเซาต่อเนื่อง หรือการคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะทำให้สร้างความไร้เสถียรภาพทางการเงิน ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง รวมไปถึงวิกฤตผู้อพยพในยุโรป ยังถือเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามาอีกเช่นกัน
วันเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยมูลค่าการค้าสหรัฐเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า การส่งออกปรับตัวลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ถือเป็นปริมาณการส่งออกที่ต่ำที่สุดในปีนี้ และยังทำให้ทิศทางการส่งออกสหรัฐกลับมาอยู่ในช่วงขาลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2009
จิม โอซุลลิแวน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของไฮฟรีเควนซี อีโคโนมิกส์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการแข็งค่าของสกุลเงินเหรียญสหรัฐและการแรงซื้อจากต่างประเทศที่ชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ
ด้านกระทรวงเศรษฐกิจ พาณิชย์ และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (เมติ) เปิดเผยว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ปรับลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเดือนที่ 2
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านการชะลอตัวของจีนเช่นกัน ซึ่งเผชิญกับเหตุระเบิดที่ท่าเรือเทียนจิน เมื่อวันที่ 12 ส.ค.







