
นานาชาติรอเวลาไทยเข้าร่วมทีพีพี
ท่าทีของไทยในการเข้าร่วม “ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)” ยังคงไม่ชัดเจน แม้ความตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ไทยเป็นที่จับตามองสำหรับการรวมกลุ่มการค้า และอาจส่งผลให้ไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 7.6% ก็ตาม
ท่าทีของไทยในการเข้าร่วม “ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)” ยังคงไม่ชัดเจน แม้ความตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ไทยเป็นที่จับตามองสำหรับการรวมกลุ่มการค้า และอาจส่งผลให้ไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 7.6% ก็ตาม
ทั้งนี้ ความตกลงทีพีพีเป็นยุทธศาสตร์การค้าของสหรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตลาดการค้าเสรีและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ครอบคลุมเศรษฐกิจราว 40% ของโลก ตลอดจนมุ่งสร้างความร่วมมือปรับกฎระเบียบทางเศรษฐกิจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานแรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น
บรรณาธิการฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย ไทมส์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการเข้าร่วมทีพีพีของไทย ว่า การที่ไทยไม่แสดงออกให้ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมทีพีพีหรือไม่นั้น เป็นการประวิงเวลาของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งหากไทยมีความตั้งใจเช่นนั้นตั้งแต่แรก จุดยืนของไทยในสายตานานาชาติจะยิ่งแย่ลง และจะกลายเป็นแรงผลักให้ไทยเปลี่ยนความคิดดังกล่าว
แม้ก่อนหน้านี้ไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงถึง 2 เหตุการณ์ ทั้งรายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐ (ทีไอพี) ที่ปรับระดับการค้ามนุษย์ของไทยไว้ที่ระดับต่ำสุดคือ เทียร์ 3 ยาวนานถึงปัจจุบัน และแม้ว่าการเข้าร่วมความตกลงทีพีพีจะช่วยให้ไทยขยับขึ้นจากระดับเทียร์ 3 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ของไทย ยังคงไม่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมทีพีพีหรือไม่
นอกจากนี้ เหตุระเบิดย่านราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งด้านความมั่นคงตลอดจนความเชื่อมั่นจากทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทว่า ทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับส่งผลดีต่อไทยในแง่ของเสรีการค้าและความร่วมมือจากนานาชาติ
อย่างไรก็ดี ภายหลังมีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งส่งผลให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอย่างน้อย 2 ปี ดูเหมือนแนวโน้มของไทยในการเข้าร่วมทีพีพีจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ระบุว่า รัฐบาลไทยมีความสนใจเข้าร่วมเจรจาทีพีพี แต่ต้องพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียอย่างถี่ถ้วน
เอเชีย ไทมส์ ยังระบุด้วยว่า หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมีความเป็นไปได้สูงว่าไทยจะเข้าร่วมทีพีพี เพียงแค่ไม่แน่ชัดว่าจะเข้าร่วมเมื่อใด
ดังนั้น ประเด็นสำคัญคือ ชาติสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา เม็กซิโก ชิลี เปรู มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมความตกลงทีพีพีแล้ว จะยินยอมร่วมมือกับไทยหรือไม่ เนื่องจากไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดูเหมือนว่าไทยจะให้ความสำคัญต่อ “ความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์ซีอีพี)” มากกว่าทีพีพีเสียอีก







