
ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง ไม้เด็ดขยายฐานรายได้
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
เป็นที่ชัดเจนว่านโยบายการปฏิรูปภาษีของรัฐบาลล่าสุด จะเน้นไปที่การขยายฐานภาษีมากกว่าการเพิ่มอัตราภาษี เพื่อเพิ่มการเก็บรายได้ของประเทศให้มากขึ้น
แนวทางดังกล่าวทำให้การเพิ่มอัตราภาษีต่างๆ ที่ชะลอไว้หมด โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% ซึ่งรัฐบาลนี้ยังเห็นว่าไม่มีความจำเป็น ระดับที่ลดหย่อนให้เก็บที่ 7% มีความเหมาะสมเพียงพออยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังชะลอการเดินหน้าออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลมองว่าการออกกฎหมายนี้จะทำให้การเก็บรายได้ของประเทศเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า จากที่เคยเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันได้ 5-6 หมื่นล้านบาท ก็จะทำให้เพิ่มเป็นถึง 2 แสนล้านบาท
แต่ล่าสุดรัฐบาลเห็นว่าการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างควรเบรกไว้ให้นานที่สุด เพราะการออกกฎหมายดังกล่าวเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้นจริง แต่กระทบกับประชาชนและเจ้าของที่ดินในวงกว้าง ทำให้เศรษฐกิจที่ชะลออยู่จะมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น การปฏิรูปภาษีของรัฐบาลล่าสุดจึงเน้นไปที่การขยายฐานภาษี ให้ผู้ที่อยู่นอกระบบเข้ามาในระบบให้มากที่สุด ซึ่งทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีที่ดีอยู่แล้วมากขึ้น เพราะหากคิดแต่เพิ่มอัตราภาษีจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเสียภาษีมากขึ้นไปอีก คนที่เสียอยู่แล้วต้องเสียมากขึ้น ส่วนคนที่หนีภาษีก็ยังไม่ต้องเสียภาษี ผลสุดท้ายคนดีก็จะดีแตกและจะหันมาหนีภาษี ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มฐานภาษีไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ผ่านมามีความพยายามกันทุกรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้ผล เช่น การลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการประเมินว่าจะทำให้มีผู้ประกอบการเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้องมากขึ้น ทำให้การเก็บภาษีนิติบุคคลไม่ได้รับผลกระทบเก็บได้ต่ำกว่าเป้า แต่ในทางปฏิบัติฐานภาษีนิติบุคคลไม่ได้เพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้การเก็บภาษีนิติบุคคลในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต่ำกว่าเป้าหมายกว่า 1 แสนล้านบาท ติดต่อกัน
นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการที่เสียภาษีไม่ถูกต้องอยากจะเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง ก็กลัวว่าจะถูกเช็กบิลเก็บภาษีย้อนหลัง ส่งผลให้การกลับตัวกลับใจเป็นคนดีเป็นการฆ่าตัวตาย กิจการถึงขั้นล้มและต้องปิดกิจการ เพราะหนี้ภาษีท่วมหัว
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่อยากเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้องก็ยังกังวลว่า รัฐบาลจะมีอะไรรับประกันว่าผู้เสียภาษีที่อยู่นอกระบบจะเข้ามาอยู่ในกติกาเดียวกันทั้งหมดหรือให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ
จากโจทย์ดังกล่าว แนวคิดของรัฐบาลล่าสุดจึงเน้นไปที่การนิรโทษกรรมภาษีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีจำนวนมากและเป็นฐานใหญ่การผลิตของประเทศ
จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1.9 ล้านราย อยู่ในระบบเพียง 5 แสนล้านราย หากดึงเอสเอ็มอีที่อยู่นอกระบบอีก 1.4 ล้านราย เข้ามาในระบบภาษีได้ ย่อมทำให้การเก็บภาษีของประเทศเพิ่มขึ้นได้อีกมาก
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เดินหน้าเรื่องการนิรโทษกรรมภาษีชนิดเต็มสูบ แต่การนิรโทษกรรมครั้งนี้จะไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา จะเป็นการนิรโทษกรรมอย่างมีเงื่อนไข มีการยื่นหมูยื่นแมวให้คุณและโทษไปพร้อมกัน เพื่อให้มาตรการมีความศักดิ์สิทธิ์
แนวคิดเบื้องต้นของรัฐบาลจะให้ผู้เสียภาษีที่อยู่นอกระบบเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง และจะไม่มีการดำเนินการเอาผิดตรวจสอบเก็บภาษีย้อนหลัง แต่หากในวันข้างหน้าผู้ที่ได้รับการยกโทษกลับมากระทำผิดอย่างตั้งใจอีกก็ต้องโดนเช็กบิลย้อนหลัง โดยมาตรการนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการระยะสั้นเท่านั้น เพื่อเป็นการบีบให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาในระบบภาษีให้มากที่สุด
เมื่อหมดหน้าที่ของรัฐบาลก็จะเอาจริงกับผู้ประกอบการที่ยังไม่เข้าระบบภาษีชนิดเด็ดขาด หรือพูดง่ายๆ ว่าให้โอกาสแล้วไม่กลับตัวกลับใจก็ต้องใช้ไม้แข็งกำราบกันเสียทีเดียว
ความเข้มข้นของมาตรการยังทำร่วมกับการทำให้ผู้ประกอบการมีบัญชีเดียว มีแนวคิดไปถึงการให้ธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ ต้องใช้บัญชีที่ผู้ประกอบการยื่นกับกรมสรรพากรเป็นหลักฐานในการพิจารณาให้สินเชื่อ หากไปใช้บัญชีสองหรือสามที่มีการตบแต่งบัญชี จะถือว่าธนาคารมีส่วนรู้เห็นเต็มใจกับผู้ประกอบการในการเลี่ยงจ่ายภาษี
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะขยายฐานภาษีโดยการทำระบบการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การซื้อขายทุกรายการต้องจ่ายผ่านทางช่องนี้เท่านั้น จะมีการหักภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ที่จ่ายทันที ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการก็สามารถหนีภาษีซื้อภาษีขายได้อีกต่อไป
แนวทางการขยายภาษีของรัฐบาลที่พยายามผลักดันกันอยู่ที่ว่าเป็นแนวทางที่ดี ทันสมัย เป็นสากล ประเทศชาติได้ประโยชน์มหาศาล เมื่อรายได้ของประเทศมากขึ้น การพัฒนาประเทศก็ทำได้ไว การก่อหนี้ของประเทศน้อยลง เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี
แต่ทว่าการดำเนินการให้เกิดตามโรดแมปไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา การดำเนินการให้ไม่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรคงหนีไม่พ้นต้องออกกฎหมายพิเศษเพื่อดำเนินการเรื่องนี้
การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในการทำระบบบัญชียังต้องใช้เวลาอีกนาน แม้ว่ากรมสรรพากรจะเขียนโปรแกรมทางบัญชีแบบง่ายๆ ให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ได้ฟรีผ่านระบบออนไลน์ สามารถลงรายรับรายจ่ายจะคำนวณเป็นภาษีที่ต้องเสียได้ทันที แต่การดำเนินการจริงๆ คงมีปัญหาอุปสรรคไม่ใช่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการกังวลว่า หากดำเนินการผิดโดยไม่ตั้งใจจะถูกกรมสรรพากรตีความว่าพยายามเลี่ยงภาษีรอบใหม่ และโดนเช็กบิลภาษีย้อนหลังในที่สุด
ขณะที่การให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาการให้สินเชื่อ โดยใช้บัญชีเดียวกับผู้ประกอบการต้องยื่นให้กับกรมสรรพากร รมว.คลังก็ออกมาระบุว่าคงต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี ถึงจะดำเนินการได้ แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้สำเร็จได้ในเวลาไม่กี่เดือน
ยิ่งเป็นเรื่องระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับการทำระบบให้ผู้ประกอบการค้าขายของไทย ตั้งแต่บริษัทใหญ่ไปถึงร้านค้า พ่อค้า แม่ค้า ในตลาดทั่วไทย มีเครื่องไม้เครื่องมือรับจ่ายเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์คงต้องใช้เวลามากกว่า 2-3 ปี ที่จะทำให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียว
ถึงวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่า แนวคิดการปฏิรูปภาษีโดยการขยายฐานภาษีดึงผู้อยู่นอกระบบให้เข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างเร็วที่สุด เพราะหากครั้งนี้ทำไม่สำเร็จ เห็นทีต้องรอกันอีกนาน ประเทศก็ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้







