
'ยิ่งลักษณ์'รับหนักใจคดีข้าว
“ยิ่งลักษณ์” แก้ลำ ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดคดีปล่อยโกงจำนำข้าวคืน “วิษณุ” ชี้ไม่มีผล
“ยิ่งลักษณ์” แก้ลำ ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดคดีปล่อยโกงจำนำข้าวคืน “วิษณุ” ชี้ไม่มีผล
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด (อสส.) รวมถึงคณะทำงานพิจารณาคดีโครงการจำนำข้าวในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และร่วมกันกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ได้ฟ้อง 3 ประเด็น อาทิ มีการตั้งคณะกรรมร่วมระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับอัยการในการสอบข้อไม่สมบูรณ์ในการสั่งฟ้องคดีข้าว และมีการสั่งฟ้องคดีก่อนที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีคำสั่งถอดถอนตนเอง นอกจากนี้ในชั้น ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาเดิมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 แต่คำฟ้องของ อสส. กลับบรรยายว่าตนเองเห็นชอบและสมยอมให้เกิดการทุจริต
“ได้รับเอกสารที่ อสส.ฟ้องนอกสำนวนจำนวน 6 หมื่นแผ่น แล้วรู้สึกหนักใจ เพราะจากที่ได้เตรียมการในครั้งเเรก เเต่พอมาศาลกลับได้รับเอกสารคำฟ้องเพิ่มเติมถึง 6 หมื่นแผ่น ดิฉันในฐานะผู้ถูกฟ้องก็อยากเตรียมตัวให้รอบคอบ” อดีตนายกฯ กล่าว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสรุปสำนวนความรับผิดทางละเมิดในคดีโครงการรับจำนำข้าวที่จะเรียกร้องค่าเสียหายกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังเหลืออายุความ 1 ปี 6 เดือน โดยคณะกรรมการสอบสวนของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบข้อมูลเสร็จแล้ว และส่งมาให้วันนี้ ซึ่งจะทราบตัวเลขความเสียหายได้
อย่างไรก็ตาม เท่าที่สอบถามอธิบดีกรมบัญชีกลาง คาดจะสั่งให้ชำระค่าเสียหายได้ก่อนสิ้นปี ถ้าเป็นอย่างนั้นยังมีอายุความเหลือมาก
นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีหากศาลอาญารับคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่น่าจะทำให้การพิจารณาคดีจำนำข้าวสะดุดเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีลักษณะนี้มาก่อน
ทั้งนี้ การฟ้องกลับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าฟ้องส่วนตัว แต่เวลาสั่งฟ้องเป็นการสั่งโดยส่วนรวมคือสั่งโดยตำแหน่ง และคนที่สั่งคือนายตระกูล อสส.คนเก่าที่จะเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้ และ อสส.คนใหม่ คือ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร จะเข้ามารับหน้าที่ก็สามารถสานต่อได้ทันที
สำหรับความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการข้าวจีทูจี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เลื่อนตรวจพยานหลักฐานคู่ความสองฝ่ายคือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 21 คน ในฐานะจำเลย กับ อสส. ออกไปเป็นวันที่ 12 พ.ย. 2558 เนื่องจากยังพิจารณาหลักฐานไม่เรียบร้อย







