
ขาขึ้น-ขาลง
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะเวลา 1 วัน (RP 1 วัน) จากระดับ 1.25% เป็น 1.5% หรือขยับเพิ่ม 0.25% เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะเวลา 1 วัน (RP 1 วัน) จากระดับ 1.25% เป็น 1.5% หรือขยับเพิ่ม 0.25% เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น
ตลาดซื้อคืนพันธบัตร เป็นแหล่งที่เปิดให้สถาบันการเงินมากู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่อง เมื่อดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินต้องไปกู้เสริมสภาพคล่องขยับ จึงต้องมีผลต่อดอกเบี้ยเงินฝาก และดอกเบี้ยเงินกู้ของประชาชน
และการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ก็คือการย้ำอย่างเป็นทางการของธนาคารแห่งประเทศไทย-ธปท.อีกครั้งว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว
เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้น ปัญหาเฟ้อและของแพงก็ตามมา ซึ่งแสดงชัดเจนจากดัชนีผู้บริโภค ที่สะท้อนภาวะของแพงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
ธนาคารชาติจึงต้องเริ่มใช้นโยบายดอกเบี้ย เตรียมป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ
ทั้งหมดเป็นวัฏจักรเศรษฐกิจ ที่ถ้าอยู่ในภาวะตกต่ำดอกเบี้ยจะปรับตัวลง แต่ถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัว ดอกเบี้ยจะขยับ
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นอีก
แน่นอนบรรดาธุรกิจห้างร้านต่างๆ ต้องรับกับภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยนอกจากต้นทุนด้านวัตถุดิบแล้ว ดอกเบี้ยเงินกู้ก็เป็นต้นทุนสำคัญร่วมๆ กับค่าแรงงาน และราคาน้ำมัน
ส่วนบรรดาคนเดินดินกินข้าวแกงลูกจ้างธรรมดา ต้องมีต้นทุนการดำเนินชีวิตที่สูงขึ้นจากภาวะของแพง จากภาวะดอกเบี้ยเงินกู้ที่ขยับ แต่ทั้งหมดจะได้รับการชดเชยหากกิจการที่ตัวเองทำอยู่มีกำไร และมีการปรับเงินเดือนให้
การขึ้นดอกเบี้ย หรือภาวะเศรษฐกิจ จึงอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ เมื่อเจริญย่อมมีเสื่อม เมื่อเสื่อมก็ย่อมย้อนกลับไปเจริญ
ตถตา-มันเป็นเช่นนั้นเอง!!!







