"เต้น"วอนอย่าเบี่ยงประเด็นเหตุบึ้มเชื่อมีแรงจูงใจมากกว่าการเมือง
"ณัฐวุฒิ" ชี้ เหตุระเบิดราชประสงค์แรงจูงใจมากกว่าแค่เป็นเรื่องการเมือง ยันไม่รู้จัก "อ๊อด" ติงเบี่ยงเบนประเด็นยิ่งส่งผลเสียหายให้ประเทศ
"ณัฐวุฒิ" ชี้ เหตุระเบิดราชประสงค์แรงจูงใจมากกว่าแค่เป็นเรื่องการเมือง ยันไม่รู้จัก "อ๊อด" ติงเบี่ยงเบนประเด็นยิ่งส่งผลเสียหายให้ประเทศ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อการเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานสำรวจแห่งชาติ(สตช.) แถลงสรุปผลการสืบสวนสอบสวนคดีคนร้ายวางระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยยังไม่ตัดประเด็นการเมืองเนื่องจากมีความเกี่ยวโยงกับนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ์ พบแก้ว ซึ่งมีประวัติต้องโทษคดีอาญาในปี พ.ศ. 2553 และเคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการคลี่คลายคดีดังกล่าว แต่อยากเรียกร้องให้สตช.ตั้งหลักให้ดีว่า จะทำคดีตามพยานหลักฐานหรือทำตามใจผู้มีอำนาจ เพราะเท่าที่ตามข่าวมาโดยตลอดพบว่า เหตุดังกล่าวมาจากกรณีการส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน แต่วันนี้กลับบอกว่าเป็นประเด็นการเมืองจนทำให้สังคมเกิดการไขว้เขว แม้มีข้ออ้างเดียวคือตัวนายอ๊อดซึ่งอยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาโดยไม่ปรากฏมาก่อนว่าเกี่ยวข้องอย่างไร และสังคมยังสงสัยว่าตัวนายอ๊อดที่ถูกอ้างว่ามีคดีอาญามากมายนั้น เหตุใดจึงหาประวัติไม่ได้แม้แต่เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ด้วยเหตุนี้จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่พูดความจริงกับสังคม
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ถ้าอ้างว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะความไม่พอใจต่อการปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ถูกจับกุม แต่ชาวอุยกูร์กลุ่มที่มีปัญหานั้นถูกจับปี 2557 และหากเป็นในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถ้าเขาจะไม่พอใจก็ไม่น่าจะความรู้สึกช้าจนเกือบ 2 ปีค่อยลงมือ แต่สถานการณ์มันรุนแรงขึ้นหลังจากที่มีการส่งชาวอุยกูร์กลุ่มหนึ่งกลับจีน ตรงนี้คือมูลเหตุที่แท้จริง ตนไม่คิดว่าจะมีขบวนการค้ามนุษย์ที่ไหนโกรธแค้นที่ถูกจับกุมจนต้องก่อการร้าย เช่น มีการกวาดล้างการค้ามนุษย์โรฮินจา จับไปก็มาก แต่ไม่มีเหตุอะไร เพราะโดยทั่วไปเหตุลักษณะแบบนี้ไม่เกิดขึ้นหากไม่มีแรงจูงใจที่มากกว่าผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ทั้งนี้ถ้าพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จำเป็นต้องแถลงตามความต้องการของผู้มีอำนาจ ซึ่งโฆษกรัฐบาลตั้งธงไว้ตั้งแต่เกิดเหตุแล้วว่าเกี่ยวโยงกับการเมือง ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคำนึงถึงความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยหากประเมินผิดหรือจงใจอย่างนั้น ปัญหาแท้จริงจะไม่ถูกแก้ไข และไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุแบบนี้จากขบวนการเดิมอีก ตนไม่รู้ว่านายอ๊อดที่ถูกกล่าวอ้างนั้นเป็นใคร แต่ขอให้นายอ๊อดอีกคนคือ ผบ.ตร.ต้องระมัดระวังการให้ข้อมูลข่าวสารด้วย
"นปช.ไม่อยากมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เดาได้ไม่อยากว่า หากทิศทางของคดีออกมาลักษณะนี้นปช.จะได้รับผลกระทบ ดังนั้นขอเรียกร้องให้พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยในข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อของนายอ๊อดมาก่อนในชีวิต และจากการติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคดีนี้ก็ไม่ปรากฏชื่อนายอ๊อดมาก่อน ซึ่งต่อมาชื่อนี้กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่มาเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมือง จะเห็นว่าคำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ค่อยน่าเชื่อ เพราะก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สมยศเป็นคนพูดเองว่า เหตุดังกล่าวมาจากกรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน แต่เมื่อถูกเบรกไว้จึงต้องพูดใหม่ อย่างไรก็ตาม การแถลงของพล.ต.อ.สมยศจะทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายจากสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้ทั่วโลกที่กำลังจับตามองไม่มั่นใจในประบวนการยุติธรรมของไทยมากขึ้นอีก"นายณัฐวุฒิกล่าว


