
อียูย้ำไทยสำคัญต่ออาเซียน-เร่งปฏิรูป
หากเอ่ยถึงทวีปยุโรป แน่นอนต้องนึกถึงความแตกต่างของแต่ละประเทศอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งความหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ของแต่ละประเทศ ซึ่งถือเป็นข้อดีที่เปิดโอกาสในด้านต่างๆ แก่สหราชอาณาจักรและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ในฐานะที่เป็นประตูด่านแรกสู่ยุโรป
หากเอ่ยถึงทวีปยุโรป แน่นอนต้องนึกถึงความแตกต่างของแต่ละประเทศอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งความหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ของแต่ละประเทศ ซึ่งถือเป็นข้อดีที่เปิดโอกาสในด้านต่างๆ แก่สหราชอาณาจักรและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ในฐานะที่เป็นประตูด่านแรกสู่ยุโรป
จูเลีย เกิร์ลลิ่ง สมาชิกรัฐสภายุโรป กล่าวว่า สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประเทศไทยถือเป็นตัวแสดงหลักในการสานสัมพันธ์ระหว่างอียูและอาเซียน ทั้งนี้เป็นเพราะไทยถือเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองประเทศหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองทวีปพัฒนาอย่างก้าวหน้า ทั้งในด้านสันติภาพ ความมั่นคง และความสำเร็จที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นอกจากนี้ ตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่มีความเป็นพลวัตสูง เนื่องจากมีประชากรทั้งสิ้น 580 ล้านคน เป็นคนไทยทั้งสิ้น 67 ล้านคน อีกทั้งไทยยังมีสายสัมพันธ์อันดีระหว่างอังกฤษและอียูด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และวัฒนธรรม
ถึงแม้เหตุระเบิดที่ย่านราชประสงค์จะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของไทย แต่ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกลับช่วยให้ไทยและอียูทำงานร่วมกันมากขึ้น เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย ปกป้องเสรีภาพ และผลประโยชน์ร่วม
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ท้าทายไทยมาตลอดคือ ความต่อเนื่อง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ที่มีอายุโดยเฉลี่ยยาวนานเพียง 4 ปีเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยังเกิดรัฐประหารบ่อยครั้ง และร่างรัฐธรรมนูญหลายฉบับไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ
“สำหรับประเทศไทยแล้ว ระบอบประชาธิปไตยคือความสำเร็จสูงสุด แต่ ณ ขณะนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของไทยยังไม่สงบ ส่งผลต่อการลงทุนในภาคธุรกิจ ซึ่งกระทบทั้งเศรษฐกิจของไทย และประเทศ
คู่ค้าด้วย” เกิร์ลลิ่ง กล่าว
ทั้งนี้ ไทยถือเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 3 ของอียู ไม่นับรวมประเทศในทวีปยุโรป เป็นรองเพียงสหรัฐและจีนเท่านั้น ดังนั้นในฐานะที่ไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ จึงส่งผลให้อียูให้ความสำคัญต่อสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของไทย
นอกจากนี้ เกิร์ลลิ่ง ยังเสริมอีกว่า การปฏิรูปในด้านการเมืองและเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับไทยในตอนนี้
“ในฐานะที่ไทยเป็นกุญแจสำคัญของอังกฤษและอียูในการสานสัมพันธ์กับชาติอื่นในภูมิภาค ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญและเสถียรภาพทางการเมืองไทยอาจส่งผลให้อียูและประเทศสมาชิกทบทวนความสัมพันธ์กับไทย” เกิร์ลลิ่ง กล่าวเสริม
ก่อนหน้านี้ อียูและประเทศสมาชิกตัดสินใจไม่ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (พีซีเอ) กับไทย จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยขึ้นบริหารประเทศ ทั้งนี้ความมีเสถียรภาพทางการเมือง และการเคารพหลักเสรีภาพขั้นพื้นฐานจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอียูได้
ทั้งนี้ เกิร์ลลิ่ง เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของไทยร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของชาติ และสานสัมพันธ์กับอียูต่อไปในอนาคต







