posttoday
โอกาสของปั๊มในภาวะน้ำมันตกต่ำ

โอกาสของปั๊มในภาวะน้ำมันตกต่ำ

29 กันยายน 2558

โดย...เลิศพงศ์ ลาภชีวะสิทธิ์

โดย...เลิศพงศ์ ลาภชีวะสิทธิ์

มาดูเรื่องโอกาสของธุรกิจปั๊มน้ำมัน ท่ามกลางราคาน้ำมันโลกตกต่ำกันต่อนะครับ การที่ผู้ประกอบการจะเลือกรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ในไทยจะมีรูปแบบการบริหารสถานีบริการน้ำมันหลักๆ คือ COCO (Company Owned Company Operated) และ DODO (Dealer Owned Dealer Operated)

COCO คือ การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รวมทั้งบริหารสถานีบริการน้ำมันด้วยตัวเอง ซึ่งรูปแบบนี้เหมาะกับผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงกลาง จุดเด่นคือการควบคุมการขยายสาขาที่มีอยู่ไม่มากนักด้วยนโยบายและคุณภาพแบบเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องแบกรับความเสี่ยงในการลงทุน เพื่อขยายสาขาและต้องมีความแข็งแกร่งในส่วนของการบริหาร เพื่อให้สามารถครอบคลุมทุกสาขา ซึ่งหากเป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเองอาจจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก

DODO หรือ ธุรกิจแบบแฟรนไชส์คือ การให้กรรมสิทธิ์แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กในการบริหารสถานีบริการภายใต้แบรนด์ของตน และกำหนดให้ต้องซื้อน้ำมันโดยตรงจากเจ้าของ Franchise เท่านั้น รูปแบบนี้เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และต้องการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วแต่มีการลงทุนที่ต่ำ ซึ่งผู้ประกอบการหลักจะรับรู้รายได้จากทั้งค่า Franchise และค่าส่วนต่างของการขายน้ำมัน แต่อาจมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่อาจเกิดจากการบริหารจัดการที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

นอกเหนือจากนี้ยังมีระบบ CODO (Company Owned Dealer Operated), JV (Joint-Venture) และ CO-OP (Co-Operative) แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายในการนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันมากนัก 

ต้องไม่ลืมการสร้างจุดขายอย่างเช่น ทำเลที่ตั้งและการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่นิยม เป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน เพราะสามารถดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการ โดยสถานีบริการน้ำมันที่มีทำเลอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่และอยู่บนถนนเส้นหลักที่ใช้เดินทางระหว่างเมืองจะได้เปรียบในเรื่องของปริมาณความต้องการใช้ที่สูง และสามารถต่อยอดธุรกิจในรูปแบบ One-Stop Service ที่มีทั้ง Oil และ Non-Oil ได้ง่าย

ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับรายใหญ่สามารถวางกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นไปที่เมืองเล็กและถนนสายรองที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างเมือง

ทั้งนี้ มักมีธุรกิจ Non-Oil ในสัดส่วนที่น้อยและเน้นขายน้ำมันดีเซลเป็นหลัก เพื่อป้อนลูกค้ารถโดยสารขนาดใหญ่ รถบรรทุก หรือรถที่ใช้ในการเกษตรกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่นิยม เช่น แบรนด์ที่เน้นในเรื่องของเทคโนโลยีสารเติมแต่งน้ำมันที่ช่วยให้น้ำมันมีประสิทธิภาพดีขึ้น รวมทั้งรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้มีระยะเวลาการใช้งานนานขึ้น หรือแบรนด์ที่เน้นโปรโมชั่นให้เป็นที่โดนใจผู้บริโภค เช่น ในต่างจังหวัดเน้นใช้คะแนนบัตรสมาชิก เพื่อแลกทองหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่เน้นโปรโมชั่นที่ผูกกับบัตรเครดิต เพื่อขอ Cash Back คืน เป็นต้น

ผู้เล่นหลักของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันควรติดตามสถานการณ์นโยบายของภาครัฐและความผันผวนของราคาน้ำมัน รวมทั้งปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขันและความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจสถานีบริการน้ำมันทั้งด้านความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจและโอกาสในการขยายตัว เช่น นโยบายการปรับลดปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูป แม้จะเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ แต่หากมีอุปทานน้อยเกินไปอาจมีความเสี่ยงต่อการตึงตัวและเกิดค่าเสียโอกาสในการขาย เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อุปสงค์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วนราคาน้ำมันดิบโลกที่ผันผวนและการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกมีส่วนสำคัญในการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับปริมาณความต้องการใช้ในประเทศ

นอกจากนี้ เทรนด์ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นธุรกิจที่เน้นสัดส่วน Non-Oil มากขึ้น เช่น การให้เช่าพื้นที่ในสถานีบริการเพื่อดำเนินธุรกิจต่างๆ การจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ในด้านธุรกิจค้าปลีก หรือการพัฒนาแบรนด์ค้าปลีกของผู้ประกอบการเอง อีกทั้งความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เนื่องจากไม่ได้ต้องการแค่มาเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการแวะพักและจับจ่ายใช้สอยด้วย ทำให้ต้องปรับรูปแบบสถานีบริการน้ำมันให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนไป

ผู้ประกอบการหลักควรปรับตัวกับการแข่งขันที่สูง โดยการเพิ่มความหลากหลายในการหารายได้และกำไรให้กับตัวเองมากขึ้น เช่น เพิ่มสัดส่วนรายได้จากการขายส่งน้ำมันให้กับภาคอุตสาหกรรมและสถานีบริการขนาดเล็กมากขึ้น หรือเพิ่มความหลากหลายของช่องทางการขายและสินค้าน้ำมันประเภทอื่นๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น ขยายสัดส่วนของการขายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ที่ใช้ในธุรกิจสายการบินมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าการขายน้ำมันเบนซินและดีเซล หรือเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น ต่อเนื่องสอดคล้องกับการลงทุนภาครัฐหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้

ขณะเดียวกัน เอสเอ็มอีที่สนใจในการลงทุนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันควรเลือกรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมและควรศึกษาปัจจัยเสี่ยง รวมถึงวิธีการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่สูง และต้องรู้จักการบริหารสภาพคล่องของธุรกิจ การขาดแคลนแรงงาน เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า