posttoday
พรรคส่งแถวสองนั่งสปท. "ปรองดอง" แค่เปลือก

พรรคส่งแถวสองนั่งสปท. "ปรองดอง" แค่เปลือก

29 กันยายน 2558

การตั้ง สปท.ที่เอาพรรคการเมืองมาร่วมด้วยของ คสช.ครั้งนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นเพียงการพยายามสร้างความปรองดองแค่เปลือก

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในเวลานี้ หลายฝ่ายกำลังจับจ้องไปที่หน้าตาของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จำนวน 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จำนวน 200 คน ว่าจะออกมาในรูปแบบใด โดยในส่วนของประธาน กรธ. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด “มีชัย ฤชุพันธุ์” อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คงนั่งในตำแหน่งนี้

ขณะที่สมาชิก สปท. 200 คน  มีรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แบ่งโครงสร้างของ สปท.ออกเป็น 8 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 2.กลุ่มอดีตข้าราชการ 3.กลุ่มข้าราชการประจำ 4.กลุ่มข้าราชการทหาร 5.กลุ่มนักกฎหมาย 6.กลุ่มนักวิชาการ 7.กลุ่มนักธุรกิจ และ 8.กลุ่มอื่นๆ

กลุ่มอดีตสมาชิก สปช.ที่มีแนวโน้มว่าจะเดินกลับเข้าสภาค่อนข้างแน่นอน อยู่ที่อดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปของ สปช. จำนวน 18 คน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่การติดตามความคืบหน้าของฝ่ายบริหารในการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ

กลุ่มวิชาชีพที่ คสช.จะให้มาอยู่ใน สปท.มากที่สุด คือ กลุ่มทหาร ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจได้รับการแต่งตั้งอย่างน้อย 50 คน เจตนารมณ์ที่ต้องให้ทหารเป็น สปท. เพราะต้องการให้เป็นเสียงข้างมากใน สปท. เพื่อผลักดันหรือส่งเสียงท้วงติงในสภาในบางเรื่องที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เช่น พลังงาน หรือการปฏิรูปตำรวจ เป็นต้น

ในทางกลับกัน หาก คสช.และรัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากในสภาที่ไว้วางใจ ย่อมอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ ดังจะเห็นได้จากกรณีที่กลุ่มภาคประชาสังคมสามารถคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ผ่านการให้ สปช.มีมติเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับการให้เปิดสัมปทานดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การตั้ง สปท.ครั้งนี้ คสช.ยอมเปิดทางให้พรรคการเมืองสามารถส่งตัวแทนเข้ามาร่วมเป็น สปท.ได้ด้วย ส่วนหนึ่งคสช.เองต้องการสร้างความปรองดองกับพรรคการเมือง เพื่อไม่ให้ถูกมองว่า สปท.ที่ถูกตั้งขึ้นนั้นมีหน้าที่มาปฏิรูปประเทศในลักษณะไล่ล่านักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว

ไม่เพียงเท่านี้ คสช.มีเป้าประสงค์ที่อยากให้ สปท.เป็นพื้นที่สำหรับเป็นรูระบายในทางการเมืองด้วย เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองไปใช้พื้นที่นอกสภามาโจมตี คสช.และรัฐบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ คสช.ควบคุมได้ยากเมื่อเทียบกับพื้นที่ในสภา

ขณะที่ท่าทีของพรรคการเมืองต่อการตอบสนอง คสช. ถือว่าได้ให้ความร่วมมือกับ คสช.พอสมควร เห็นได้จากการประกาศตัวบุคคลที่เตรียมไปเป็นสมาชิก สปท. ในนามของพรรคการเมืองตัวเอง

พรรคประชาธิปัตย์ จะส่งชื่อ “กษิต ภิรมย์” และ “ถวิล ไพรสณฑ์” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา มอบหมายให้ “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” และ “นิกร จำนง” พรรคชาติพัฒนา ส่ง “พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร” เพื่อนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคภูมิใจไทย เคาะชื่อ “ชัย ชิดชอบ” อดีตประธานรัฐสภา พรรคพลังชล ลงเอยที่ “สันตศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ

ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เคยมี สส.ในสภาผู้แทนราษฎร อาทิ พรรคมาตุภูมิ พรรครักษ์สันติ ยังไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธออกมาอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับพรรคการเมืองใหญ่อย่าง พรรคเพื่อไทย ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่ส่งตัวแทนไปเป็น สปท.

หากมองถึงการที่พรรคการเมืองตอบรับในการเข้าร่วมเป็น สปท. ส่วนหนึ่งไม่ต้องการสร้างแรงปะทะกับ คสช.และรัฐบาลโดยไม่จำเป็น และจะเป็นเกราะกำบังไม่ให้ คสช.ตามล่าฝ่ายการเมืองอีกด้วย ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองจะได้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็นเต็มที่ในแบบที่ไม่ต้องกังวลว่าจะถูก คสช.เชิญตัวไปปรับทัศนคติหรือไม่

แต่กระนั้นในมุมหนึ่ง การส่งคนเข้ามาเป็น สปท.ของพรรคการเมือง จะสามารถสร้างความปรองดองได้สมกับที่ คสช.ต้องการหรือไม่

ข้อสงสัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากรายชื่อที่พรรคการเมืองประกาศออกมา จะพบว่าไม่ได้เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคการเมือง  ยกเว้นกรณีของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ส่งแกนนำที่มีอำนาจในการตัดสินใจได้มาเป็น สปท.

การไม่ส่งแกนนำพรรคมาเป็น สปท.ของพรรคการเมืองส่วนมาก ด้านหนึ่งเกรงว่าเมื่อถึงเวลาของการหาเสียงเลือกตั้งจะทำให้พรรคการเมืองตัวเองสื่อสารกับประชาชนลำบาก โดยเฉพาะอาจถูกวาทกรรมที่ว่าด้วยการแอบอิงทหารเล่นงานได้

ทว่าครั้นจะไม่ส่งคนไปเป็น สปท.เลยก็ย่อมถูกเพ่งเล็งจาก คสช.ว่าไม่ยอมให้ความร่วมมือ จนอาจมีผลให้พรรคการเมืองขยับตัวได้ลำบาก จึงทำให้พรรคการเมืองต้องจำใจส่งตัวแทนเป็น สปท.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น การตั้ง สปท.ที่เอาพรรคการเมืองมาร่วมด้วยของ คสช.ครั้งนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นเพียงการพยายามสร้างความปรองดองแค่เปลือกเท่านั้น แต่ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาและสร้างความปรองดองจากแก่นแท้อย่างแท้จริง ซึ่งระยะยาวย่อมทำให้ สปท.มีสภาพย่ำแย่ไม่ต่างจาก สปช.ในอดีต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท