posttoday
ดัดหลังยี่ปั๊วออกสลากเสรี รายย่อยระวัง ‘เจ๊ง’ ตาม

ดัดหลังยี่ปั๊วออกสลากเสรี รายย่อยระวัง ‘เจ๊ง’ ตาม

28 กันยายน 2558

ต้องจับตาการเดินหน้าแก้ปัญหาสลากเกินราคาภายใต้การนำของ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เข้าสู่มาตรการระยะที่ 2 หรือเฟส ช่วงที่ 1 เตรียมเดินหน้าเปิดให้ผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนล่าสุดมีจำนวนกว่า 7 หมื่นราย ได้จองซื้อสลากครั้งแรกในวันที่ 3-7 ต.ค. 2558 สำหรับสลากที่จะออกรางวัลในงวดวันที่ 16 ต.ค. 2558 นี้ โดยหักเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทยแล้วคาดว่าทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะทำการส่งสลากไปยังสาขาไปรษณีย์ที่ผู้ซื้อแจ้งลงทะเบียนขอรับสลากภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน

ต้องจับตาการเดินหน้าแก้ปัญหาสลากเกินราคาภายใต้การนำของ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เข้าสู่มาตรการระยะที่ 2 หรือเฟส ช่วงที่ 1 เตรียมเดินหน้าเปิดให้ผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนล่าสุดมีจำนวนกว่า 7 หมื่นราย ได้จองซื้อสลากครั้งแรกในวันที่ 3-7 ต.ค. 2558 สำหรับสลากที่จะออกรางวัลในงวดวันที่ 16 ต.ค. 2558 นี้ โดยหักเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทยแล้วคาดว่าทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะทำการส่งสลากไปยังสาขาไปรษณีย์ที่ผู้ซื้อแจ้งลงทะเบียนขอรับสลากภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน

ที่สำคัญกว่านั้นคือ มติที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเตรียมเดินหน้าประสานธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย เข้ามาช่วยปล่อยสินเชื่อให้ผู้ค้าสลากตั้งแต่ 3.5 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 3.5 แสนบาท/ราย คาดว่าจะเริ่มปล่อยกู้ได้ภายในเดือน พ.ย. 2558 นี้ โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อลักษณะสินเชื่อส่วนบุคคล หรือโครงการธนาคารประชาชน ขึ้นอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ของแต่ละธนาคาร ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือในด้านเงินทุนให้แก่ผู้ค้าสลากไม่ต้องไปพึ่งพิงเงินจากนายทุนนอกระบบ โดยสินเชื่อที่ได้จาก 3 ธนาคารของรัฐใช้วิธีการโอนเงินจากธนาคารเข้าสำนักงานสลากฯ เลย เพื่อสร้างความโปร่งใส

พล.ต.อภิรัชต์ เชื่อว่ามาตรการเฟส 2 ระยะที่ 1 จะสามารถช่วยผู้ค้าสลากที่ตกเป็นทาสยี่ปั๊ว ซาปั๊วมาเป็นเวลา 20-30 ปี ที่นอนกินหัวคิวจากการขายสลากเกินราคาที่ปีหนึ่งมีผลประโยชน์มหาศาลมากกว่า 3 หมื่นล้านบาทได้ ซึ่งขณะนี้สำนักงานสลากฯ ได้ทำทั้งเรื่องการเปิดให้รายย่อย ประชาชนได้เข้าถึงสลากอย่างเสรี แต่สามารถซื้อได้ต่อรายอย่างต่ำ 5 เล่ม และสูงสุดไม่เกิน 15 เล่ม และยังได้เตรียมการเรื่องเงินลงทุน โดยได้เข้าหารือทางกระทรวงการคลัง ให้ประสานแบงก์รัฐ 3 แห่งเข้ามาปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน

ถ้าทำขนาดนี้แล้วยังพบว่ามีผู้ค้ารายย่อย แม่ค้าจักรยาน อ้างว่าต้องไปกู้เงินนายทุนมาซื้อสลาก ทำให้ต้องขายสลากเกินราคาอีก ก็จะใช้อำนาจมาตรา 44 ดำเนินการทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายนายทุนจะให้กรมสรรพากรตรวจสอบที่มาของรายได้ ส่วนคนที่ขายสลากเกินราคาจะเพิ่มโทษจากที่เคยปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท จะโดนโทษจำคุกนานถึง 1 เดือน

ธีระพร วีระถาวร อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โอกาสในการขายสลากของผู้ค้าสลากรายย่อยทั้งที่เป็นผู้ค้าเดิมแต่ไม่เคยได้โควตามาก่อน หรือผู้ค้าหน้าใหม่นั้นขึ้นอยู่ที่จะได้รับการจัดสรรเลขอะไรส่งมาให้ ยกตัวอย่างกรณีที่ผู้ค้าสลากสั่งซื้อสลากขั้นต่ำที่จำนวน 5 เล่ม หากได้เล่มที่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 เหมือนกัน 2 เล่มจาก 5 เล่ม ก็เท่ากับโอกาสในการขายจะลดลง เพราะความหลากหลายของเลขมีน้อย

เหมือนคนซื้อสลากออมสิน ถ้าได้ซ้ำกัน 3 ตัวแรก เช่น 000*** ถือว่าแทบไม่มีโอกาสในการถูกรางวัลที่ 1 เลย ทั้งนี้ถ้าเปรียบสลาก 1 หมายเลขคือ 1 วิธี ถ้าเกิดได้เลขซ้ำ 3 หลัก เท่ากับโอกาสถูกอาจจะหายไปถึง 1,000 วิธี หรืออีกมุมหนึ่งคือการได้เลขซ้ำกัน 3 หลัก จะทำให้เหลือโอกาสเพียง 1 วิธีเท่านั้น ดังนั้นสำนักงานสลากฯ ควรมีวิธีการจัดส่งสลากที่มีเลขไม่ซ้ำกันให้รายย่อย

สำหรับกรณีที่สำนักงานสลากฯ ได้เปลี่ยนวิธีการออกรางวัลจากรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 4 รางวัล เปลี่ยนเป็นการออกรางวัล 3 ตัวหน้า 2 รางวัล และ 3 ตัวท้าย 2 รางวัล เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเลขไม่สวยขายไม่ออก เริ่มมาตั้งแต่งวดวันที่ 1 ก.ย. 2558 นั้น เห็นว่าแท้จริงแล้วไม่ได้เป็นการเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลให้ใคร เพียงแต่หวังผลทางด้านจิตวิทยาให้คนตื่นเต้น และเมื่อซื้อกันไปสักพักแล้วไม่ถูกรางวัลก็จะเลิกกันไปเอง เพราะการออกรางวัล 3 ตัวหน้า 2 รางวัล แต่ไปลดรางวัลเลขท้าย 2 รางวัล ผลคือยังมีการออกรางวัล 4 ครั้งเท่าเดิม

สรุปคือการเพิ่มรางวัล 3 ตัวหน้า ไม่ได้เป็นการเพิ่มโอกาสให้คนซื้อ แต่จะช่วยให้สำนักงานสลากฯ และผู้ค้าสลากสามารถขายสลากได้มากขึ้น เช่น กรณีที่เหลือสลาก 3 ตัวท้ายเป็นเลขไม่สวย แต่ผู้ค้าสลากยังสามารถขายสลากให้คนเลือกซื้อเลข 3 ตัวหน้าได้ เช่นเดียวกับกรณีที่ผู้ค้าได้เลขตัวหน้าเป็น 000 ให้ขายอย่างไรคนก็จะเลือกซื้อน้อย เพราะโอกาสที่จะนำไปสู่การถูกรางวัลที่ 1 นั้นแทบไม่มี

ทั้งนี้ จากหลักสถิติ พบว่าหากมีคนที่ซื้อสลากเลขท้าย 2 ตัวเพียงเลขเดียว 1 ฉบับทุกงวด ต้องใช้เวลานานถึง 4 ปี จึงจะมีโอกาสถูกรางวัล 1 ครั้ง ซึ่งเชื่อว่าก็คงไม่มีใครทดลองทำกันเพราะไม่คุ้ม อย่างไรก็ตามขอให้คิดเสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการทำอาชีพค้าสลาก หรือคนที่หวังถูกสลาก ดังนั้นคนทั้งสองประเภทมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้เสมอ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ