
ปรับทัพส่งออก
จัดทัพทูตพาณิชย์มากฝีมือทำตลาดอาเซียน ลุยตลาดรายเมือง 50 แห่งทั่วโลกปี 2559
จัดทัพทูตพาณิชย์มากฝีมือทำตลาดอาเซียน ลุยตลาดรายเมือง 50 แห่งทั่วโลกปี 2559
สถานการณ์ส่งออกปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบอย่างน้อย 3% ทำให้กระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การส่งออกเพื่อฟื้นยอดส่งออกในปี 2559
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ต้องจัดทัพทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศใหม่ทั้งหมด โดยดึงคนเก่งๆ มาไว้ที่อาเซียน เพราะต่อไปจะต้องเจาะตลาดอาเซียน โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวีหนักมากขึ้น ขณะเดียวกันทูตพาณิชย์ต้องทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในต่างประเทศด้วย เพื่อเพิ่มการค้าและการลงทุนของไทยในประเทศต่างๆ
ทั้งนี้ กระทรวงกำลังคัดเลือกเมืองต่างๆ ทั่วโลกที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) และมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงสุด 50 อันดับแรกของโลก ซึ่งเมื่อได้ชื่อแล้วจะทำแผนผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการให้เหมาะสมกับทั้ง 50 เมือง เพื่อให้มูลค่าการส่งออกของไทยขยายตัวมากขึ้น
“เมื่อรู้ว่า 50 เมืองอยู่ที่ไหนบ้าง จะให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศศึกษารายละเอียดในด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อทำแผนการเจาะตลาดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด” นาย
สุวิทย์ กล่าว
สำหรับเมืองที่มีจีดีพีสูงที่สุดในโลก และเมืองที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลกส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นในเอเชียและยุโรป เช่น นิวยอร์ก โตเกียว เซี่ยงไฮ้ ลอนดอน ปักกิ่ง ลอสแองเจลิส ปารีส เสิ่นเจิ้น มอสโก เทียนสินฉงชิ่ง เดลี เป็นต้น
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เอกชนเห็นด้วยกับการเจาะตลาดส่งออกในเมืองที่มีการเติบโตสูง เพราะได้เสนอเรื่องนี้มาตลอด และเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้ไทยรู้จักลูกค้าในเชิงลึกมากขึ้น
นอกจากนี้ เสนอให้รัฐตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทย บริษัทเทรดดิ้งของไทยในเมืองที่มีศักยภาพ และแก้ปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกรณีผู้ประกอบการต้องส่งรายได้กลับไทยด้วย







