
หวยล็อก "มีชัย" คุมร่างรัฐธรรมนูญ
การร่างรธน.ฉบับใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ จึงอาจไม่ใช่งานที่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับมีชัยที่ผ่านคลื่นลมมรสุมมาหลายระลอก
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ทางเลือกเหลืออยู่ไม่มาก คำตอบสุดท้ายเวลานี้หนีไม่พ้น มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกแรงกล่อมอยู่พักใหญ่ให้มารับตำแหน่งประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
ต้องยอมรับว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ง่ายในบรรยากาศที่ไม่เป็นใจ แถมยังต้องมาชี้ขาดกันที่ “ประชามติ” นอกจาก “เนื้อหา” แล้ว ยังมีเรื่องของอารมณ์และปัจจัยแวดล้อมอีกมากมายที่ต้องคำนึง
แถมมีบทเรียนให้เห็นจากเมื่อครั้งบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคนเก่า อยู่ตำตา ทำให้มีชัยไม่อาจผลีผลามกระโดดลงมา “ขัดตาทัพ”
ด้วยเงื่อนเวลาที่เหลืออยู่ ทำให้ “มีชัย” ขอเวลาคิดและจะให้คำตอบก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กลับจากสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1 ต.ค.นี้
หากพิจารณาจากรายชื่อตัวเลือกอื่นๆ จะเห็นว่าชื่อมีชัยดูจะมาแรงที่สุด ในฐานะคนที่ “ลงเรือแป๊ะ” มาตั้งแต่ต้น ร่วมหัวจมท้าย ผ่านวิกฤต อุปสรรค ร่วมคิด ร่วมทำกันมานาน จนมองตาก็รู้ใจ
ดีกว่าการไปดึงคนนอกที่ต้องมานับหนึ่งกันใหม่ แถมผลงานสุดท้ายที่ออกมาไม่รู้ว่าจะโดนใจชาวบ้าน โดนใจ คสช. โดนใจฝั่งการเมือง และฝั่งอื่นๆ มากน้อยแค่ไหน
แม้แต่ฝั่ง พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในตัวเลือก ยังออกปากว่าตัวเองไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้
พร้อมกับส่งเสียงเชียร์มีชัย ในฐานะที่อยู่กับ คสช.มาตั้งแต่แรก “เมื่อมีภารกิจอะไรก็ต้องนึกถึงผู้ที่อยู่ด้วยกันมาก่อน แถมยังสามารถมาเป็นได้เลยโดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมายอะไร”
ในแง่ความรู้ความสามารถคงไม่เป็นที่กังขาของสังคม ด้วยสถานะปรมาจารย์ด้านกฎหมายที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานจนหาตัวจับยาก ผ่านตำแหน่งน้อยใหญ่มามากมาย ไล่มาตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา 2539 แถมครั้งนั้น วิษณุ เครืองาม ในฐานะ สว. ยังเป็นคนเสนอชื่อมีชัยด้วยตัวเอง
ที่ผ่านมามีชัยเป็นผู้ผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2534 เพื่อจัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ จนนำมาสู่รัฐธรรมนูญ 2540
รัฐประหาร 2549 มีชัยถูกดึงตัวมาเป็นที่ปรึกษาคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฝ่ายกฎหมาย ดูแถลงการณ์ ประกาศ และคำสั่ง คปค.
การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ จึงอาจไม่ใช่งานที่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับมีชัยที่ผ่านคลื่นลมมรสุมมาหลายระลอก
รู้ทั้งจุดอ่อนจุดแข็งของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นอย่างดี ที่จะมาต่อยอดเป็นแนวทางสำหรับวิเคราะห์ให้สอดรับกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่เวลานี้ ยังไม่รวมการอุดช่องโหว่ในอดีตเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต้องตีความในอนาคต
ที่สำคัญการได้มีชัยมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังช่วยเรียกการยอมรับได้มากขึ้น สอดรับไปกับผลสำรวจอย่างกรุงเทพโพลล์ ที่กลุ่มตัวอย่าง 51% เห็นว่ามีความเหมาะสม แถม 41.5% ยังเห็นว่าจะทำให้ผ่านประชามติได้
ข้อดีอีกประการหนึ่งคือความ “ต่อเนื่อง” และ “บูรณาการ” งานด้านๆ ต่างของ คสช.ให้ไหลลื่นไม่มีสะดุด เพราะด้วยสถานะหัวหน้ากลุ่มเนติบริกร ทำงานกับทั้งวิษณุและบวรศักดิ์มายาวนานหลายยุคสมัย
การจะเขียนรัฐธรรมนูญให้สอดรับไปกับงานด้านอื่นๆ ของ คสช. ทั้งการปฏิรูป หรือการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับมีชัย ที่นั่งเป็นที่ปรึกษา คสช.มาตั้งแต่แรก รู้เห็นในการทำงานมาทุกขั้นตอน
อีกด้านหนึ่งยังง่ายต่อการต่อยอดจากรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป เวอร์ชั่นบวรศักดิ์ ซึ่งมีจุดแข็งหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นพลเมืองเข้มแข็ง หรือการปฏิรูปที่ล้อมาจากข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
การจะดึงจุดแข็งมาใช้ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ย่อมทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว แถมยังช่วยย่นเวลาการทำงานของ กรธ.ที่มีกรอบโรดแมป 6+4+6+4 บังคับอยู่ให้รวดเร็วขึ้นได้ในบางจุด
ยังไม่รวมกับลีลาความเก๋าที่จะช่วยให้การคุมประเด็น คุมโทนรัฐธรรมนูญอยู่ในแนวทางที่ต้องการ และคุม กรธ.อีก 20 คนให้เดินไปด้วยกันได้
ที่สำคัญการเขียนรัฐธรรมนูญรอบใหม่นี้ยังน่าจะตรงใจ คสช.มากยิ่งขึ้น เมื่อมีชัยเองก็นั่งอยู่ใน คสช.ย่อมเข้าใจความคิดความอ่านของ คสช.จนสามารถเขียนรัฐธรรมนูญออกมาได้อย่างที่ คสช.อยากได้ไม่ยาก
ยิ่งรวมกับประสบการณ์ที่จับอารมณ์ความรู้สึกของสังคมมาอย่างต่อเนื่องย่อมช่วยให้ตอบโจทย์สังคมเวลานี้ พร้อมชี้แจงประเด็นให้สังคมเข้าใจที่มาที่ไปเพื่อลดแรงต้านได้อีกทาง
ทั้งหมดทำให้เก้าอี้ประธาน กรธ.เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “มีชัย ฤชุพันธุ์”







