posttoday
กลยุทธ์รุกต่างประเทศ

กลยุทธ์รุกต่างประเทศ

15 กรกฎาคม 2553

....ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์

จากวิสัยทัศน์ของบริษัท ที่ต้องการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ติดอันดับท็อปเทนในเอเชีย ทำให้บริษัทเลือกศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในประเทศในภูมิภาคเอเชียก่อน โดยเริ่มต้นจากประเทศอินเดีย เวียดนาม สาธารณรัฐมัลดีฟส์ และอีกหลายประเทศ

ปัจจัยสำคัญที่นำมาใช้ในการพิจารณาเลือกลงทุนในแต่ละประเทศ ประกอบด้วย 1) การศึกษาภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ได้แก่ แนวโน้มการโตของจีดีพี 2) รายได้ของประชากร/กำลังซื้อของประชากร 3) จำนวนประชากร และความหนาแน่นของประชากรในเมืองต่างๆ โดยเฉพาะเมืองหลวงหรือเมืองขนาดใหญ่ที่สำคัญ (Capital City/Tier I City)

4) นโยบายของภาครัฐ แผนและงบประมาณในการพัฒนาประเทศ รวมถึงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนต่อต่างชาติ มีการเปิดโอกาสหรือเชิญชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนหรือไม่ อย่างไร 5) การศึกษา การขยายตัวของเมืองที่เราจะเข้าไปลงทุน 6) เสถียรภาพทางการเมือง

7) ความชัดเจนของกฎหมายต่างๆ 8) การศึกษาวิจัยด้านการตลาด อาทิ ขนาดของตลาดที่อยู่อาศัย (Market Size) และความต้องการที่อยู่อาศัยของประเทศนั้นๆ การศึกษาคู่แข่ง 9) ความพร้อมของทีมงานที่จะเข้าไปทำงาน (ผู้บริหาร/บุคลากร/แรงงาน)

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศประสบความสำเร็จ ได้แก่

1) การบริหารจัดการคุณภาพสินค้าและบริการระดับชั้นนำของโลก (World Class Operations) 2) การบริหารจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain Management) อย่างมีประสิทธิภาพ 3) การบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างรอบคอบและรัดกุม (Effective Cost Management)

4) การบริหารจัดการองค์กรแบบหน่วยธุรกิจ (Strategic Business Units : SBUs) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในองค์กร รองรับการเติบโตและการขยายตัวอย่างรวดเร็วขององค์กร 5) การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย (Modern Construction Technology) มาใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย

6) การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยและบริการที่สร้างความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า (Deliver Excellence) 7) การปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง (Continuous Process Improvement)

นอกจากนี้ การช่วยเหลือและสนับสนุนจากภาครัฐในการลงทุนในต่างประเทศ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ดีที่จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศประสบความสำเร็จได้ เช่น การลดการเก็บภาษีหรือยกเว้นการเก็บภาษี การได้รับการส่งเสริมจาก BOI การเจรจากับรัฐบาลหรือตัวแทนภาครัฐในประเทศนั้นๆ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐของประเทศไทยช่วยเจรจาต่อรองด้านการค้าและการลงทุน เป็นต้น

การลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยในต่างประเทศของพฤกษาทั้ง อินเดีย เวียดนาม และมัลดีฟส์ ทำให้พฤกษาเติบโตขึ้นอีกระดับ บริษัทได้เรียนรู้ว่ามีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ปรับตัว และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดเป็นความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ และความเป็นมืออาชีพ โดยอาศัยประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา

ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการดำเนินงานในต่างประเทศ ได้แก่ 1) ภาษา : คนในประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่จะใช้ภาษาท้องถิ่น มากกว่าภาษาอังกฤษ (ภาษาสากล) การเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจราบรื่นขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความเป็นกันเอง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

2) กฎ ระเบียบ และข้อบังคับทางราชการต่างๆ : กฎ/ระเบียบการลงทุนของชาวต่างชาติยังไม่ชัดเจน จึงต้องศึกษารายละเอียดของกฎ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้รอบคอบและรัดกุม 3) การถือครองที่ดิน : การสรรหาที่ดินใช้ระยะเวลานาน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายการถือครองที่ดินของประเทศนั้นๆ อย่างเคร่งครัด

4) ราคาที่ดิน : ที่ดินมีราคาสูงมาก ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนสูง บริษัทฯ จึงต้องมีความพร้อมด้านการเงิน / แหล่งเงินทุน 5) ข้อมูลทางการตลาด : ข้อมูลวิจัยทางการตลาดหาได้ยาก ต้องศึกษาวิจัยหรือหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ที่เชื่อถือได้และต้องวางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับคนในท้องถิ่นนั้นๆ

6) แรงงานฝีมือ : แรงงานฝีมือหายาก แรงงานบางส่วนต้องใช้จากประเทศไทย สำหรับแรงงานท้องถิ่นต้องมีการสอนทักษะฝีมือด้านการก่อสร้าง 7) ค่าครองชีพ : ค่าครองชีพสูงกว่าประเทศไทย กระทบต้นทุน ต้องพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสินค้า 8) คู่แข่ง : มีผู้ประกอบการท้องถิ่น/บริษัทต่างชาติ เข้ามาดำเนินธุรกิจก่อนแล้วจึงต้องมีแผนการดำเนินธุรกิจที่รอบคอบ รัดกุม และมีแผนตลาดที่ชัดเจน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ