posttoday
สร้างกองทัพธรรมดีกว่า

สร้างกองทัพธรรมดีกว่า

27 กันยายน 2558

ผมได้รับกำหนดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการระดมความคิดเห็น

โดย...สมาน สุดโต

ผมได้รับกำหนดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการระดมความคิดเห็น เพื่อพัฒนาภารกิจงานคณะสงฆ์ในการปฏิรูปพระพุทธศาสนา ครั้งที่ 2/2558 วันอังคารที่ 29 ก.ย. 2558 ที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งหัวข้อเสวนา ที่พระราชวรเมธี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดขึ้น

ในฐานะอุบาสกคนหนึ่งขอเสนอความคิดเห็นเพื่อความมั่นคงและให้พระพุทธศาสนาเป็นมรรควิธีในการสร้างสันติสุข เป็นโลกานุกัมปายะ ดังที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศ และทรงปฏิบัติเมื่อ 2,600 ปี มาแล้ว

ส่วนการเสวนาการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนานั้นดูเหมือนคณะสงฆ์เต้นตามจังหวะที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บรรเลงให้เล่น เป็นการเต้นที่เสียเวลา และหย่อนวิสัยทัศน์ เพราะข้อเสนอ สปช.เป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว ด้วยว่าคณะสงฆ์ทั้งมหานิกายและธรรมยุตทำมานาน และมากกว่าที่ สปช.เสนอเสียอีก

สปช.เสนอมา 4 ประเด็นหลักคือ 1.เรื่องทรัพย์สินของวัด หรือของพระภิกษุสงฆ์ เป็นประเด็นหลัก ประกอบด้วย 8 ประเด็นย่อย 2.เรื่องปัญหาของพระสงฆ์ที่ไม่ประพฤติไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยนำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธา เป็นประเด็นหลัก มี 7 ประเด็นย่อย 3.เรื่องการทำพระวินัยให้วิปริต และการประพฤติปฏิบัติวิปริตจากพระธรรมวินัย เป็นประเด็นหลัก มี 2 ประเด็นย่อย และ 4.เรื่องฝ่ายอาณาจักรจะต้องเข้าไปสนับสนุนปกป้องคุ้มครองกิจการของฝ่ายศาสนา เป็นประเด็นหลัก ประกอบด้วย 10 ประเด็นย่อย

เรื่องนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาและทำรายงาน ซึ่งก็เหมือนตอบโจทย์ว่าประเด็นหลักและประเด็นย่อยต่างๆ นั้น คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ทำไปหมดแล้ว และเพื่อให้ทุกภาคส่วนพอใจ คณะสงฆ์ทำแผนงาน 3 ระยะในการปฏิรูป คือ ระยะที่1 เริ่มเดือน มิ.ย.-ธ.ค. 2558 ระยะที่ 2 เริ่มเดือน ม.ค.-ธ.ค. 2559 และระยะที่ 3 เริ่มเดือน ม.ค. 2560-ธ.ค. 2563

อ่านแผน 1 หรือ 2 ก็คล้ายกับเจ้าอาวาสกำชับพระลูกวัดทุกวัน ส่วนแผน 3 ไม่มีอะไรแต่ที่คณะสงฆ์ต้องเต้น น่าจะกลัวการถูกกล่าวหาว่าไม่เอื้อต่อกฎระเบียบและมติของฝ่ายอาณาจักร

การที่ผู้เขียนกล่าวว่า คณะสงฆ์ทำเรื่องปฏิรูปมานานแล้ว ขอให้ดูประวัติศาสตร์ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ปฏิรูป หรือกวาดล้างพวกทุศีล ดังที่เกิดในสมัยกรุงธนบุรี สมัยรัตนโกสินทร์ และเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ฝ่ายอาณาจักรก็ตราพระราชบัญญัติให้คณะสงฆ์ปกครองกันเอง เช่น พ.ร.บ.สงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 จึงมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศมหาเถรสมาคม ตลอดถึงกฎกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการคณะสงฆ์ เมื่อรวมเล่มมีความหนาถึง 960 หน้า (รวมทั้ง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540)
(พิมพ์เป็นบรรณานุสรณ์ในงานสมโภชหิรัญบัฏ พระพรหมกวี (พงศ์สันต์ ธมฺมเสฏโฐ ป.ธ.9 วัดกัลยาณมิตร พุทธศักราช 2558) ถ้ารวมกับพระวินัย 227 ข้อ ระเบียบของวัด กฎหมายแห่งราชอาณาจักร ทั้งอาญา แพ่งและพาณิชย์ พระสงฆ์ในประเทศนี้กระดิกตัวแทบไม่ได้

ดังนั้น ผมมีความเห็นว่าลืมเรื่องการปฏิรูปไปเถิด หากแต่มาให้ความสำคัญกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยสร้างกองทัพธรรม สานฝันชาวโลกให้ประสบกับสันติสุข ดังที่ชมรมโพธิคยา 980 และมูลนิธิวีระภุชงค์ ทุ่มเทสร้างพระนักเผยแผ่ โดยนิมนต์พระสงฆ์จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เข้าอบรมพุทธธรรมในแดนพุทธภูมิ 6 รุ่น รวม 140 รูป ล่าสุดพระนักเผยแผ่ทั้งหมดมาประชุมที่เสียมราฐ กัมพูชา เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกนำพุทธธรรมไปพลิกฟื้นในแต่ละประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ประชากรในภาคพื้นสุวรรณภูมิมีความรัก สามัคคี และภราดรภาพ ตามหลักพุทธธรรม สอดรับกับทางโลกที่เปิดรับ AEC

ดังนั้น นิมนต์มาสร้างกองทัพธรรมเถิดครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท