posttoday
ทำเพื่อความสุข ของผู้ป่วยทุกๆ คน

ทำเพื่อความสุข ของผู้ป่วยทุกๆ คน

27 กันยายน 2558

...จากการทำงานทุกวันได้พบเห็นได้สัมผัสถึงความทุกข์ ความทรมาน ความเจ็บป่วยของผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล

โดย...พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ เรียบเรียง ปอย

“...จากการทำงานทุกวันได้พบเห็นได้สัมผัสถึงความทุกข์ ความทรมาน ความเจ็บป่วยของผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล ทำให้เกิดเป็นความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทุ่มเทความสามารถเพื่อสร้างโอกาสในการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยเหล่านั้นให้ได้มีโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากขึ้น ดิฉันจึงเริ่มต้นด้วยการทำงานด้วยการเป็นอาสาสมัคร โดยช่วยเรื่องวางแผนการตลาดในการระดมทุนโครงการอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เป็นเวลา 1 ปี

วันนี้ก็ 8 ปีแล้วค่ะ จากอาสาสมัครได้รับผิดชอบตำแหน่งผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การจัดตั้งมูลนิธิรามาธิบดีฯ ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และนำไปจัดสรรเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทางด้านการแพทย์ และช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสในการรักษา บอกได้เลยค่ะว่าทุกวันนี้อยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน ใช้เวลาอยู่กับเรื่องงานมากกว่าทุกๆ เรื่อง

แต่เมื่อความสุขสำหรับดิฉันไม่ใช่โมเมนต์หนึ่งใด หรือเพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่คือการกระทำในทุกๆ วัน Bottom Line ไม่ใช่สิ่งที่ได้มา ไม่ใช่สุขที่หาเงินได้ ได้สนุกกับการช็อปปิ้ง หรือแม้กระทั่งสุขเพราะรู้สึกว่าเราได้ช่วยเหลือคนไข้ได้เท่านั้น เพราะคำตอบของคำว่าสุขใจ ไม่ได้รออยู่แค่ในตอนท้ายหรือเป้าหมายที่เราทำได้แค่นั้นนะคะ แต่เป็นชีวิตประจำวันที่เราได้ตื่นเช้าๆ ได้เดินทางมาทำงานทุกๆ วัน ได้ใช้ชีวิตตามปกติ สุขจริงควรจับต้องได้ค่ะ ช่วงระหว่างมุ่งไปสู่เป้าหมายกับการทำงานทุกๆ วัน นั่นละค่ะคือความสุขที่แท้จริง แล้วยิ่งงานของเราคือการช่วยชีวิตคนอื่น ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ความรู้สึกดีๆ ที่ไม่ได้เกิดเพียงตัวเราเอง แต่มาจากปัจจัยรอบๆ ข้างจะยิ่งทำให้อิ่มใจค่ะ

ดิฉันไม่เคยมีความรู้สึกว่าตื่นเช้านี้ไม่อยากมาทำงานเลย ทั้งที่บ่อยครั้งหลายคนมักถามว่า... ทำงานในโรงพยาบาล อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ต้องประสบพบเห็นแต่ความเจ็บป่วย การสูญเสีย แล้วใจเราไม่ทุกข์ตามห่อเหี่ยวไปด้วยหรือ?

ก็กลายเป็นว่า... ดิฉันได้พบคำตอบอีกด้านหนึ่งของชีวิต คือการได้เห็นได้คลุกคลีอยู่กับความทุกข์ ทำให้เรามองเห็นชีวิตไปในอีกมุมหนึ่งว่ายังมีความทุกข์ใหญ่หลวงอีกมากมาย ซึ่งในชีวิตของผู้คน หลายๆ คนเขาต้องแบกรับภาระความเจ็บป่วยทางกาย ทางใจก็ยิ่งหนักหนาด้วยความขาดแคลนเงินทองที่มาช่วยบรรเทาความป่วยไข้เหล่านั้นได้ ขณะที่เรากลับโชคดีมากๆ ในชีวิตนี้ดิฉันยังไม่เคยประสบการสูญเสียคนใกล้ตัวคนใดในครอบครัวเลยค่ะ ไม่รวมถึงได้เติบโตมากับโอกาสที่ดีๆ ในชีวิต เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี (สาขาบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) แล้วก็ได้ไปร่ำเรียนต่อในต่างประเทศ (สาขาการสื่อสารการตลาด University of Illinois at Chicago จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา) ทุกๆ อย่างได้มาเพราะมีพ่อแม่ซัพพอร์ตเลี้ยงดูอย่างดี

เป็นการมองปัญหาที่เกิดกับตัวเองได้ในแบบที่สามารถพูดได้ว่า ...ทุกข์เรานั้นขี้ปะติ๋ว เมื่อเห็นคนสูญเสียลูกเพราะไม่มีเงินพาลูกมารักษา กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็สายไปเสียแล้ว

การเริ่มทำงานช่วง 1-2 ปีแรก ก็ได้เห็นแต่ความสูญเสีย ดิฉันเคยพูดคุยกับน้องๆ เพื่อนๆ ร่วมงาน หลายคนก็เศร้าหมองไปเหมือนกันนะคะ ผู้ป่วยน่าสงสารมาก เห็นแล้วน้ำตาไหล แต่ยิ่งเห็นบ่อยๆ อยู่นานๆ วัน กลับเหมือนเราได้ก้าวผ่านโลกของความทุกข์นั้นได้เพราะความทุกข์ของคนอื่น

เคสน้องผู้ป่วยรายหนึ่งที่วันนี้เติบโตเป็นหนุ่มแล้วค่ะ มีพรสวรรค์เรื่องวาดรูปได้สวยมาก แต่ก็ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะความเจ็บป่วย การใช้ชีวิตประจำวันก็ยากลำบากเพราะป่วยเรื่องข้อและกระดูก แต่เขาก็ขยันวาดรูปมาให้คุณหมอเป็นของขวัญ ทั้งที่การทำกิจวัตรประจำวันน้องก็ไม่สะดวกสบาย จะเข้าห้องน้ำแบบเก่าที่ต้องนั่งยองๆ คือความทุกข์ยากสาหัสมาก มูลนิธิช่วยเหลือสร้างชักโครกให้ ชีวิตเขาก็ดีขึ้นอย่างมากๆ แต่ขณะที่พวกเราจะเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องสบายๆ ชิลๆ อยากเดินไปไหนทำอะไรก็ได้ จะกินอะไรก็ได้กิน แต่คนป่วยหลายๆ คนไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ แล้วพอวันหนึ่งที่เราช่วยให้เขาทำได้แบบคนปกติ มันกลายเป็นว่าเราได้ให้สิ่งเล็กๆ แต่เขาได้รับความสุขมากมายเหลือเกิน

และสำหรับเด็กๆ ป่วยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลนานๆ การได้เที่ยวเล่นได้สนุกสนานสำคัญไม่แพ้ยาเลยนะคะ เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิกับพี่ๆ ดาราดังพาเด็กๆ ที่หายป่วยไปเที่ยวฉลองกันที่คิดส์ซาเนีย เมืองจำลอง ให้เด็กๆ ทดลองทำงานอาชีพต่างๆ จากที่พวกเขาเคยเป็นแต่คนไข้ก็ให้เขาเล่นลองเป็นหมอ เป็นพยาบาลกันบ้าง สิ่งนี้คือกำลังใจซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เหลือเกินค่ะ ผู้ป่วยที่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ล้วนต้องการกำลังใจค่ะ แม้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น นักแสดงมาเดินแจกน้ำผลไม้ให้เขาถึงที่เตียงนอน สิ่งนี้ไม่ได้แค่น้ำผลไม้นะคะ แต่คือการหยิบยื่นน้ำใจ คือความห่วงใยกันหวังดีต่อกัน แล้วสิ่งที่ตอบกลับมาให้แก่ทั้งผู้ให้ผู้รับก็คือความสุข

การไม่เจ็บไม่ป่วยคือยอดปรารถนาทุกๆ คน เป้าหมายในการทำงาน มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงขอเป็นสื่อกลางรณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพดี ไปจนถึงพัฒนานักศึกษาแพทย์ให้ทุนวิจัย ระดมทุนสร้างตึกโรงพยาบาล-ซื้อเครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีทุนทรัพย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินเป็นปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้ทุกงานสำเร็จตามเป้าหมาย การทำงานที่มีเป้าหมายเป็นการระดมเงินให้ได้จำนวนมากมาย ดิฉันกลับไม่รู้สึกว่าเครียดเลยค่ะ เพราะเป็นการทำงานที่มีความสุข เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อองค์กร-มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำมีเป้าหลักเดียวคือเพื่อความสุขของคนป่วยทุกๆ คน ให้เขาได้มีชีวิต ได้อยู่ต่อไปกับครอบครัวที่พวกเขารัก แม้เป็นการทำงานที่คลุกคลีกับการเกิด แก่ เจ็บ และตาย แต่ดิฉันกลับคลายทุกข์ใจได้เพราะงานในวันนี้โดยแท้จริง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท