
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (15)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีจุดมุ่งหมายในการทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีจุดมุ่งหมายในการทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน คือ “...เราต้องการช่วยให้นักเรียนในโรงเรียนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และถูกตามส่วนประกอบที่จะบำรุงร่างกาย...อยากให้เป็นพืชผักหรืออุปกรณ์แล้วให้นักเรียนมาทำการเกษตรซึ่งเป็นวิธีอ้อมและยากขึ้นมาอีกทางหนึ่ง อาหารที่จะให้รับประทานนั้นเป็นอาหารที่ได้มาจากผลิตผลของนักเรียนผู้รับประทานเอง ซึ่งอาจจะได้ผลช้า แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะได้รับอาหาร และคิดว่าได้รับประโยชน์เป็นผลพลอยได้ที่สำคัญ คือ ความรู้ด้านการเกษตรและด้านโภชนาการ ซึ่งจะเป็นวิชาติดตัวไปจนนักเรียนเหล่านั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และได้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรกรรม วิชาการใหม่ๆ เหล่านั้นอาจจะนำมาช่วยในการครองชีพมากทีเดียว...”
พระองค์ทรงตระหนักว่าเด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารมักจะประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เพราะครอบครัวไม่สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการ และไม่สามารถเข้าถึงอาหารแหล่งอื่นได้ จึงมีพระราชดำริในการแก้ปัญหาการขาดอาหารในเด็กวัยเรียน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครูและนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนร่วมกันทำการเกษตรเพื่อผลิตอาหารสำหรับนำไปบริโภค ในระยะแรกโรงเรียนสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาประกอบเป็นอาหารกลางวันได้หนึ่งมื้อต่อสัปดาห์ ต่อมาเพิ่มเป็นสองมื้อต่อสัปดาห์จนในที่สุดสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาประกอบอาหารกลางวันทุกวันที่เรียน การจัดบริการอาหารกลางวันในโรงเรียนตามพระราชดำริเน้นเครื่องมือสำคัญที่เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง สมาชิกชุมชน และครูในโรงเรียนได้เรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “...ตอนแรกเราไม่ได้เคี่ยวเข็ญให้เลี้ยงอาหารเด็กได้ทุกวัน (หมายถึง 5 วัน) บางโรงเรียนเลี้ยงเด็กได้เดือนละครั้ง บางโรงเรียนได้สัปดาห์ละครั้ง หรือ 3 ครั้ง ที่ได้ทุกวันก็มี...”
หลังจากที่ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ จำนวน 196 โรงเรียนแล้ว พระองค์ยังได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนทั่วประเทศ และทรงอุปถัมภ์โรงเรียนพระปริยัติธรรมทุกแห่ง ทั้งได้ทรงรับอุปถัมภ์โรงเรียนปอเนาะคือโรงเรียนสอนศาสนาในภาคใต้ ซึ่งเดิมสอนภาษาอาหรับ เรียนพระคัมภีร์อัลกุรอาน พูดภาษายาวี ต่อมาโรงเรียนขอพระราชทานเมตตาเป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงนำโครงการโรงเรียน ตชด.ไปใช้ในโรงเรียนปอเนาะ เช่น โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและอื่นๆ
กิจกรรมสำคัญของโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในโรงเรียน ทั้งเนื้อสัตว์ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง พืชผัก และผลไม้ที่หลากหลายเหมาะสมกับท้องถิ่น โดยเฉพาะกล้วยและมะละกอ ใช้รูปแบบการเกษตรแบบผสมผสาน และชีววิธีให้มีผลผลิตที่หลากหลายหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับแผนกการประกอบอาหารของโรงเรียนส่งเสริมการถนอมอาหารที่มีเหลือใช้ เพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูขาดแคลน ประกอบอาหารกลางวันและอาหารเสริมที่มีคุณค่าและถูกสุขลักษณะ เฝ้าระวังและติดตามทางโภชนาการ รวมทั้งการตรวจสุขภาพและปรับปรุงการโภชนาการของนักเรียนและของชุมชน จัดการเรียนการสอนเรื่องการเกษตร และโภชนาการในโรงเรียนให้สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการ โดยพระราชทานเงิน สิ่งของ พรรณพืช พันธุ์สัตว์ วัสดุอุปกรณ์การเกษตรและอุปกรณ์การประกอบอาหารให้แก่โรงเรียนในโครงการ นอกจากนี้ยังให้มีการทำอาหารเสริม ได้แก่ นมแจกจ่ายให้แก่นักเรียนทุกคนเป็นประจำทุกวัน โดยทางโรงเรียนจัดอาหารเสริมอื่นเพิ่มเติม เช่น ผลไม้ที่ผลิตในโรงเรียนแจกจ่ายนักเรียน มีการเฝ้าระวังและติดตามทางโภชนาการให้ครูพยาบาลชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเด็กนักเรียนเพื่อคำนวณภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนเป็นประจำทุกเทอม พร้อมทั้งแจ้งผลให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทราบด้วย มีการสนับสนุนให้มีเครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูง ซึ่งได้มาตรฐานให้กับโรงเรียน มีการจัดฝึกทบทวนเรื่องเทคนิคการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง รวมทั้งการตรวจสุขภาพให้นักเรียนทุก 6 เดือน
ในระยะแรกเริ่มการจัดบริการอาหารกลางวันของสถานศึกษามุ่งเน้นที่เด็กเล็กและเด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษาเท่านั้น ขณะเดียวกันเด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่ชนบทและห่างไกลจำนวนไม่น้อย มีสุขภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรง เพราะได้รับอาหารไม่เพียงพอ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงทรงขยายโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันไปสู่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่ชนบทและห่างไกล พร้อมทั้งพระราชทานเงินให้ด้วย ทำให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าสะอาดปลอดภัย
ในส่วนโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าเขา มีความยากลำบากในการคมนาคมและการเดินทาง เด็กนักเรียนมีบ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนมาก ไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนและกลับบ้านได้ในวันเดียว นักเรียนจำต้องค้างพักแรมที่โรงเรียน พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพักแล้วทำโครงการเกษตรเพื่อนำผลผลิตมาประกอบเป็นอาหารให้แก่นักเรียนทั้ง 3 มื้อ







